ผลสำรวจของนิด้าโพล

ผลการสำรวจโพลประจำสัปดาห์
  • 1

    ผลสำรวจคนไทยเปิดใจรับรถไฟฟ้า

    วันที่อัพเดทล่าสุด : 11 ม.ค. 2564

  • 2

    การเมือง เศรษฐกิจ และโควิด-19 ในปี 2564

    วันที่อัพเดทล่าสุด : 03 ม.ค. 2564

  • 3

    การสำรวจคะแนนความนิยมทางการเมืองรายไตรมาส ครั้งที่ 4

    วันที่อัพเดทล่าสุด : 27 ธ.ค. 2563

  • 4

    ทำนายผลการเลือกตั้งนายก อบจ. 3 จังหวัด

    วันที่อัพเดทล่าสุด : 20 ธ.ค. 2563

  • 5

    เครื่องแบบนักเรียน จะเอาอย่างไร?

    วันที่อัพเดทล่าสุด : 13 ธ.ค. 2563

การสำรวจคะแนนความนิยมทางการเมืองรายไตรมาส ครั้งที่ 4

วันที่อัพเดทล่าสุด : 27.12.2563

ศูนย์สำรวจความคิดเห็น “นิด้าโพล” สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) เปิดเผยผลสำรวจของประชาชน เรื่อง “การสำรวจคะแนนนิยมทางการเมืองรายไตรมาส ครั้งที่ 4” ทำการสำรวจระหว่างวันที่ 20 – 23 ธันวาคม 2563 จากประชาชนที่มีอายุ 18 ปีขึ้นไป กระจายทุกภูมิภาค ระดับการศึกษา และอาชีพทั่วประเทศ รวมทั้งสิ้น จำนวน 2,533 หน่วยตัวอย่าง เกี่ยวกับการสำรวจคะแนนนิยมทางการเมือง การสำรวจอาศัย  การสุ่มตัวอย่างโดยใช้ความน่าจะเป็นจากบัญชีรายชื่อฐานข้อมูลตัวอย่างหลัก (Master Sample) ของ “นิด้าโพล” สุ่มตัวอย่างด้วยวิธีแบบง่าย    (Simple Random Sampling) เก็บข้อมูลด้วยวิธีการสัมภาษณ์ทางโทรศัพท์ โดยกำหนดค่าความเชื่อมั่นที่ร้อยละ 97.0

จากการสำรวจเมื่อถามถึงบุคคลที่ประชาชนจะสนับสนุนให้เป็นนายกรัฐมนตรีในวันนี้ พบว่า อันดับ 1 ร้อยละ 32.10 ระบุว่า ยังหาคน ที่เหมาะสมไม่ได้ อันดับ 2 ร้อยละ 30.32 ระบุว่าเป็น พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา เพราะ บริหารงานดีอยู่แล้ว เป็นคนจริงจังกับการทำงาน ทำงานตรงไปตรงมา มีความซื่อสัตย์ บ้านเมืองสงบไม่วุ่นวาย สามารถตัดสินใจได้เด็ดขาด ช่วยเหลือประชาชนทุกเพศทุกวัยได้อย่างทั่วถึง เหมาะสม ให้ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีต่อไป และชื่นชอบเป็นการส่วนตัว อันดับ 3 ร้อยละ 13.46 ระบุว่าเป็น คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ เพราะมีประสบการณ์การทำงานที่ผ่านมาได้ดี มีความซื่อสัตย์  เป็นคนตรงไปตรงมา พูดจริง ทำจริง และชื่นชอบเป็นการส่วนตัว อันดับ 4 ร้อยละ 7.74 ระบุว่าเป็น นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ (พรรคก้าวไกล) เพราะ อยากได้คนรุ่นใหม่มาบริหารประเทศ เป็นคนที่มีความคิดที่ทันสมัย และชื่นชอบนโยบายพรรค อันดับ 5 ร้อยละ 7.50 ระบุว่าเป็น พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส (พรรคเสรีรวมไทย) เพราะ เป็นคนตรงไปตรงมา พูดจริง ทำจริง มีความซื่อสัตย์ และชื่นชอบเป็นการส่วนตัว อันดับ 6 ร้อยละ 2.05 ระบุว่า ไม่ตอบ/ไม่สนใจ อันดับ 7 ร้อยละ 1.65 ระบุว่าเป็น นายกรณ์ จาติกวณิช (พรรคกล้า) เพราะ เพราะ มีวิสัยทัศน์ที่ดี เป็นคนตรงไปตรงมา มีความซื่อสัตย์ ขณะที่บางส่วนระบุว่า มีความเข้าใจการเมืองทั้งแบบเก่าและแบบใหม่ อันดับ 8 ร้อยละ 1.34 ระบุว่าเป็น นายอนุทิน ชาญวีรกูล (พรรคภูมิใจไทย) เพราะ มีผลงานในการทำงานที่ดีโดยเฉพาะเรื่องโควิด-19 บริหารจัดการงานได้ดี พูดจริง ทำจริง และชื่นชอบเป็นการส่วนตัว อันดับ 9 ร้อยละ 1.03 ระบุว่าเป็น นายสมพงษ์ อมรวิวัฒน์ (พรรคเพื่อไทย) เพราะ ชอบผลงานของพรรคเพื่อไทย ชื่นชอบนโยบายพรรค ขณะที่บางส่วนระบุว่า ชื่นชอบเป็นการส่วนตัว และนายมิ่งขวัญ แสงสุวรรณ์ (พรรคเศรษฐกิจใหม่) เพราะ มีนโยบายพรรคที่ชัดเจนน่าจะช่วยแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจได้ดี และชื่นชอบเป็นการส่วนตัว ในสัดส่วนที่เท่ากัน และร้อยละ 1.78 ระบุอื่น ๆ ได้แก่ นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ (พรรคประชาธิปัตย์) นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ น.ส.กัญจนา ศิลปอาชา (พรรคชาติไทยพัฒนา) นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา (พรรคประชาชาติ) นายชวน หลีกภัย (พรรคประชาธิปัตย์) นายเทวัญ ลิปตพัลลภ (พรรคชาติพัฒนา) นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ นายณรงค์ศักดิ์ โอสถธนากร นายอานันท์ ปันยารชุน

และเมื่อเปรียบเทียบกับผลการสำรวจคะแนนนิยมทางการเมืองรายไตรมาส ครั้งที่ 3 เดือนกันยายน 2563 พบว่า ผู้ที่ระบุว่า ยังหาคนที่เหมาะสมไม่ได้ มีสัดส่วนลดลง ซึ่งในขณะที่ผู้ที่ระบุว่า พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา คุณหญิงสุดารัตน์  เกยุราพันธุ์ นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส นายกรณ์ จาติกวณิช นายอนุทิน ชาญวีรกูล และไม่ตอบ/ไม่สนใจ มีสัดส่วนเพิ่มขึ้น

ท้ายที่สุด เมื่อถามถึงพรรคการเมืองที่ประชาชนจะสนับสนุนในวันนี้ พบว่า อันดับ 1 ร้อยละ 26.49 ระบุว่า ไม่สนับสนุนพรรคการเมืองใดเลย อันดับ 2 ร้อยละ 23.61 ระบุว่าเป็น พรรคเพื่อไทย อันดับ 3 ร้อยละ 17.80 ระบุว่าเป็น พรรคพลังประชารัฐ อันดับ 4 ร้อยละ 14.92 ระบุว่าเป็น พรรคก้าวไกล อันดับ 5 ร้อยละ 7.46 ระบุว่าเป็น พรรคประชาธิปัตย์ อันดับ 6 ร้อยละ 3.00 ระบุว่าเป็น พรรคเสรีรวมไทย อันดับ 7 ร้อยละ 2.29 ระบุว่า ไม่ตอบ/ไม่สนใจ อันดับ 8 ร้อยละ 1.82 ระบุว่าเป็น พรรคภูมิใจไทย อันดับ 9 ร้อยละ 0.95 ระบุว่าเป็น พรรคกล้า อันดับ 10 ร้อยละ 0.55 ระบุว่าเป็น พรรคชาติไทยพัฒนา อันดับ 11 ร้อยละ 0.47 ระบุว่าเป็น พรรคเพื่อชาติ อันดับ 12 ร้อยละ 0.24 ระบุว่าเป็น พรรคชาติพัฒนา และพรรคประชาชาติ  ในสัดส่วนที่เท่ากัน อันดับ 13 ร้อยละ 0.12 ระบุว่าเป็น พรรครวมพลังประชาชาติไทย และอันดับ 14 ร้อยละ 0.04 ระบุว่าเป็น พรรคประชาชนปฏิรูป

และเมื่อเปรียบเทียบกับผลการสำรวจคะแนนนิยมทางการเมืองรายไตรมาส ครั้งที่ 3 เดือนกันยายน 2563 พบว่า ผู้ที่ระบุว่า ไม่สนับสนุนพรรคการเมืองใดเลย พรรคเพื่อชาติ และพรรครวมพลังประชาชาติไทย มีสัดส่วนลดลง ซึ่งในขณะที่ผู้ที่ระบุว่า พรรคเพื่อไทย พรรคพลังประชารัฐ พรรคก้าวไกล พรรคเสรีรวมไทย พรรคภูมิใจไทย พรรคกล้า พรรคชาติไทยพัฒนา และไม่ตอบ/ไม่สนใจ มีสัดส่วนเพิ่มขึ้น

เมื่อพิจารณาลักษณะทั่วไปของตัวอย่าง พบว่า ตัวอย่างร้อยละ 8.76 มีภูมิลำเนาอยู่กรุงเทพฯ ร้อยละ 26.02 มีภูมิลำเนาอยู่ปริมณฑล และภาคกลาง ร้อยละ 18.44 มีภูมิลำเนาอยู่ภาคเหนือ ร้อยละ 33.36 มีภูมิลำเนาอยู่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และร้อยละ 13.42 มีภูมิลำเนาอยู่ภาคใต้ ตัวอย่างร้อยละ 49.11 เป็นเพศชาย และร้อยละ 50.89 เป็นเพศหญิง

ตัวอย่างร้อยละ 7.66 มีอายุ 18 – 25 ปี ร้อยละ 14.61 มีอายุ 26 – 35 ปี ร้อยละ 20.80 มีอายุ 36 – 45 ปี ร้อยละ 34.31 มีอายุ 46 – 59 ปี     และร้อยละ 22.62 มีอายุ 60 ปีขึ้นไป ตัวอย่างร้อยละ 94.75 นับถือศาสนาพุทธ ร้อยละ 3.39 นับถือศาสนาอิสลาม ร้อยละ 0.87 นับถือศาสนาคริสต์ และอื่น ๆ และร้อยละ 0.99 ไม่ระบุศาสนา ตัวอย่างร้อยละ 22.19 สถานภาพโสด ร้อยละ 72.76 สมรสแล้ว ร้อยละ 3.87 หม้าย หย่าร้าง แยกกันอยู่ และร้อยละ 1.18 ไม่ระบุสถานภาพการสมรส

ตัวอย่างร้อยละ 29.41 จบการศึกษาประถมศึกษาหรือต่ำกว่า ร้อยละ 31.58 จบการศึกษามัธยมศึกษาหรือเทียบเท่า ร้อยละ 7.03 จบการศึกษาอนุปริญญาหรือเทียบเท่า ร้อยละ 25.31 จบการศึกษาปริญญาตรีหรือเทียบเท่า ร้อยละ 5.29 จบการศึกษาสูงกว่าปริญญาตรีหรือเทียบเท่า และร้อยละ 1.38 ไม่ระบุการศึกษา

ตัวอย่างร้อยละ 10.03 ประกอบอาชีพข้าราชการ/ลูกจ้าง/พนักงานรัฐวิสาหกิจ ร้อยละ 13.97 ประกอบอาชีพพนักงานเอกชน ร้อยละ 23.37 ประกอบอาชีพเจ้าของธุรกิจส่วนตัว/อาชีพอิสระ ร้อยละ 14.13 ประกอบอาชีพเกษตรกร/ประมง ร้อยละ 16.03 ประกอบอาชีพรับจ้างทั่วไป/ ผู้ใช้แรงงาน ร้อยละ 18.52 เป็นพ่อบ้าน/แม่บ้าน/เกษียณอายุ/ว่างงาน ร้อยละ 2.49 เป็นนักเรียน/นักศึกษา และร้อยละ 1.46 ไม่ระบุอาชีพ

ตัวอย่างร้อยละ 17.17 ไม่มีรายได้ ร้อยละ 26.93 มีรายได้เฉลี่ยต่อเดือนไม่เกิน 10,000 บาท ร้อยละ 27.12 มีรายได้เฉลี่ยต่อเดือน 10,001 – 20,000 บาท ร้อยละ 9.51 มีรายได้เฉลี่ยต่อเดือน 20,001 – 30,000 บาท ร้อยละ 5.25 มีรายได้เฉลี่ยต่อเดือน 30,001 –  40,000 บาท ร้อยละ 7.03 มีรายได้เฉลี่ยต่อเดือน 40,001 บาทขึ้นไป และร้อยละ 6.99 ไม่ระบุรายได้

ผลการสำรวจโพลประจำสัปดาห์
  • 1

    ผลสำรวจคนไทยเปิดใจรับรถไฟฟ้า

    วันที่อัพเดทล่าสุด : 11 ม.ค. 2564

  • 2

    การเมือง เศรษฐกิจ และโควิด-19 ในปี 2564

    วันที่อัพเดทล่าสุด : 03 ม.ค. 2564

  • 3

    การสำรวจคะแนนความนิยมทางการเมืองรายไตรมาส ครั้งที่ 4

    วันที่อัพเดทล่าสุด : 27 ธ.ค. 2563

  • 4

    ทำนายผลการเลือกตั้งนายก อบจ. 3 จังหวัด

    วันที่อัพเดทล่าสุด : 20 ธ.ค. 2563

  • 5

    เครื่องแบบนักเรียน จะเอาอย่างไร?

    วันที่อัพเดทล่าสุด : 13 ธ.ค. 2563

สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์
อาคารเสรีไทย เลขที่ 118 ถนนเสรีไทย
แขวงคลองจั่น เขตบางกะปิ
กรุงเทพมหานคร 10240

ติดต่อเรา

ฝ่ายโพลสาธารณะ :
02-727-3596
, 02-727-3028

ฝ่ายธุรกิจโพล :
02-727-3242
, 02-727-3618
, 02-727-3387

ฝ่ายประชาสัมพันธ์ :
02-727-3089

โทรสาร :
02 727 3590

อีเมล : nida_poll@nida.ac.th

Copyright © 2020. All Rights Reserved. nidapoll.nida.ac.th