ผลสำรวจของนิด้าโพล

หน้าแรก > ผลสำรวจของนิด้าโพล

News Image

3 ปี 6 เดือน ของนายกรัฐมนตรี พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา

วันที่อัพเดทล่าสุด : 25 ก.พ. 2561

          เนื่องในการทำงานครบรอบ 3 ปี 6 เดือน ของนายกรัฐมนตรี พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา ศูนย์สำรวจความคิดเห็น “นิด้าโพล” สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) เปิดเผยผลสำรวจความคิดเห็นของประชาชน เรื่อง “3 ปี 6 เดือน ของนายกรัฐมนตรี พลเอกประยุทธ์   จันทร์โอชา” ทำการสำรวจระหว่างวันที่ 19 – 21 กุมภาพันธ์ 2561 จากประชาชนที่มีอายุ 18 ปี ขึ้นไปทั่วประเทศ กระจายทุกระดับการศึกษา และอาชีพ รวมทั้งสิ้น จำนวน 1,250 หน่วยตัวอย่าง เกี่ยวกับความพึงพอใจต่อการทำงานของนายกรัฐมนตรี พลเอกประยุทธ์  จันทร์โอชาและคณะรัฐมนตรี การสำรวจอาศัยการสุ่มตัวอย่างด้วยความน่าจะเป็น จากบัญชีรายชื่อฐานข้อมูลตัวอย่างหลัก (Master Sample) ของ “นิด้าโพล”  ด้วยวิธีแบบแบ่งชั้นภูมิ (Stratified  Random  Sampling) โดยแบ่งชั้นภูมิตามภูมิภาค จากนั้นในแต่ละภูมิภาคสุ่มตัวอย่างด้วย   วิธีแบบอย่างง่าย (Simple Random Sampling) เก็บข้อมูลด้วยวิธีการสัมภาษณ์ทางโทรศัพท์ โดยกำหนดค่าความเชื่อมั่นที่ ร้อยละ 95.0                       

          จากการสำรวจ เมื่อถามถึงความคิดเห็นของประชาชนที่มีต่อการดำรงตำแหน่งครบ 3 ปี 6 เดือน ของนายกรัฐมนตรี พลเอกประยุทธ์  จันทร์โอชา พบว่า ประชาชน ร้อยละ 20.16 ระบุว่า ทำงานในตำแหน่งนายกฯ ได้ดีมาก เพราะ มีการแก้ไขปรับเปลี่ยนระบบการบริหารงานได้ดี มีความเด็ดขาดในการทำงาน มีความโปร่งใส มุ่งหวังพัฒนาประเทศ และพร้อมจะช่วยเหลือประชาชน ขณะที่บางส่วนระบุว่า มีผลงานหลายอย่างที่ประสบความสำเร็จและเห็นเป็นรูปธรรม เช่น บ้านเมืองสงบเรียบร้อยขึ้น ปราบปรามการทุจริตคอร์รัปชัน ร้อยละ 48.16 ระบุว่า ทำงานในตำแหน่งนายกฯได้ค่อนข้างดี เพราะ มีความชัดเจนในการบริหารที่ดี มีนโยบายช่วยเหลือประชาชน มีความตรงไปตรงมา เอาจริงเอาจังและมีความเป็นผู้นำ ขณะที่บางส่วนระบุว่า ทำงานดี บริหารบ้านเมืองได้ดี ไม่วุ่นวาย สามารถแก้ไขปัญหาความขัดแย้งลงได้ ร้อยละ 19.68 ระบุว่า ทำงานในตำแหน่งนายกฯ ได้ไม่ค่อยดี เพราะ การทำงานยังมีจุดบกพร่อง เกิดความขัดแย้ง เศรษฐกิจไม่ดี ไม่สามารถแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจได้ รัฐบาลไม่รับฟังความคิดเห็นของประชาชน และมีการปกป้องพวกพ้อง ร้อยละ 11.68 ระบุว่า ทำงานในตำแหน่งนายกฯ ได้ ไม่ดีเลย เพราะ บ้านเมืองยังไม่มีการเปลี่ยนแปลงไปจากเดิม การบริหารงานต่าง ๆ ล่าช้า ไม่สามารถทำตาม Road map ได้ การทำงานไม่โปร่งใส มีการเลือกพวกพ้อง ไม่มีความเสมอภาค และเศรษฐกิจย่ำแย่ และร้อยละ 0.32 ไม่ระบุ/ไม่แน่ใจ และเมื่อเปรียบเทียบกับผลการสำรวจในเดือนสิงหาคม 2560 พบว่า เมื่อรวมสัดส่วนของผู้ที่ระบุว่า ทำงานได้ค่อนข้างดีและดีมาก พบว่า มีสัดส่วนลดลง ซึ่งในขณะที่ผู้ที่ระบุว่า ทำงานได้ไม่ค่อยดี จนถึงระดับไม่ดีเลย มีสัดส่วนเพิ่มขึ้น  

                เมื่อถามถึงลักษณะการทำงานในรอบ 3 ปี 6 เดือน ของนายกรัฐมนตรี พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา ในด้านต่าง ๆ พบว่า

ด้านอุดมการณ์ในการทำงานของพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา พบว่า ประชาชนส่วนใหญ่ ร้อยละ 71.60 ระบุว่า มีอุดมการณ์และความตั้งใจทำงานเพื่อชาติและประชาชน รองลงมา ร้อยละ 24.24 ระบุว่า ไม่มีอุดมการณ์ คิดแต่จะทำงานเพื่อรักษาอำนาจของตนเองและ คสช. เท่านั้น และร้อยละ 4.16 ไม่ระบุ/ไม่แน่ใจ และเมื่อเปรียบเทียบกับผลการสำรวจในเดือนสิงหาคม 2560 พบว่า มีสัดส่วนของผู้ที่ระบุว่า มีอุดมการณ์ลดลง ซึ่งในขณะที่ผู้ที่ระบุว่า ไม่มีอุดมการณ์ มีสัดส่วนเพิ่มขึ้น

                ด้านความกล้าตัดสินใจของพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา พบว่า ประชาชนส่วนใหญ่ ร้อยละ 68.56 ระบุว่า มีความกล้าตัดสินใจ ในประเด็นทางการเมืองและการบริหารที่สำคัญ ขณะที่ ร้อยละ 25.68 ระบุว่า ไม่มีความกล้าตัดสินใจในประเด็นทางการเมืองและการบริหารที่สำคัญ และร้อยละ 5.76 ไม่ระบุ/ไม่แน่ใจ และเมื่อเปรียบเทียบกับผลการสำรวจในเดือนสิงหาคม 2560 พบว่า มีสัดส่วนของผู้ที่ ระบุว่า มีความกล้าตัดสินใจ ลดลง ซึ่งในขณะที่ผู้ที่ระบุว่า ไม่มีความกล้าตัดสินใจ มีสัดส่วนเพิ่มขึ้น

                ด้านบุคลิกภาพผู้นำของพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา พบว่า ประชาชนส่วนใหญ่ ร้อยละ 76.56 ระบุว่า มีบุคลิกภาพผู้นำแบบทหาร รองลงมา ร้อยละ 14.80 ระบุว่า มีบุคลิกภาพผู้นำแบบประชาธิปไตย ร้อยละ 5.04 ระบุว่า มีบุคลิกภาพผู้นำแบบก้ำกึ่ง ทั้งผู้นำแบบประชาธิปไตยและผู้นำแบบทหาร และร้อยละ 3.60 ไม่ระบุ/ไม่แน่ใจ และเมื่อเปรียบเทียบกับผลการสำรวจในเดือนสิงหาคม 2560 พบว่า มีสัดส่วนของผู้ที่ระบุว่า มีบุคลิกภาพผู้นำแบบทหารมีสัดส่วนเพิ่มขึ้น ซึ่งในขณะที่ผู้ที่ระบุว่า มีบุคลิกภาพผู้นำแบบประชาธิปไตย และมีบุคลิกภาพผู้นำแบบก้ำกึ่ง ทั้งแบบผู้นำประชาธิปไตยและผู้นำแบบทหาร มีสัดส่วนลดลง  

                ด้านประสิทธิภาพในการทำงานแก้ไขปัญหาของประเทศของพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา พบว่า ประชาชนส่วนใหญ่ ร้อยละ 59.12 ระบุว่า มีประสิทธิภาพในการทำงานแก้ไขปัญหาของประเทศ ขณะที่ ร้อยละ 36.16 ระบุว่า  ไม่มีประสิทธิภาพในการทำงานแก้ไขปัญหาของประเทศ และร้อยละ 4.72 ไม่ระบุ/ไม่แน่ใจ และเมื่อเปรียบเทียบกับผลการสำรวจในเดือนสิงหาคม 2560 พบว่า มีสัดส่วนของผู้ที่ระบุว่า มีประสิทธิภาพในการทำงานลดลง ขณะที่สัดส่วนของผู้ที่ระบุว่า ไม่มีประสิทธิภาพในการทำงาน มีสัดส่วนเพิ่มขึ้น 

ด้านความโปร่งใส ตรวจสอบได้ในการทำงานของพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชาพบว่า ประชาชนส่วนใหญ่ ร้อยละ 55.28 ระบุว่า การทำงานมีความโปร่งใส ตรวจสอบได้ ขณะที่ ร้อยละ 32.40 ระบุว่า การทำงานไม่มีความโปร่งใส ตรวจสอบไม่ได้ และร้อยละ 12.32       ไม่ระบุ/ไม่แน่ใจ และเมื่อเปรียบเทียบกับผลการสำรวจในเดือนสิงหาคม 2560 พบว่า มีสัดส่วนของผู้ที่ระบุว่า การทำงานมีความโปร่งใส ตรวจสอบได้ลดลง ขณะที่สัดส่วนของผู้ที่ระบุว่า การทำงานไม่มีความโปร่งใส ตรวจสอบไม่ได้ มีสัดส่วนเพิ่มขึ้น

                ท้ายที่สุด เมื่อถามถึงความประทับใจในการทำงานของคณะรัฐมนตรี รัฐบาลพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา 5 อันดับแรก พบว่า อันดับ 1 ประชาชนส่วนใหญ่ ร้อยละ 39.68 ระบุว่า ประทับใจในการทำงานของ นายวิษณุ  เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี รองลงมา อันดับ 2 ร้อยละ 38.72 ระบุว่าเป็น นายสมคิด  จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี อันดับ 3 ร้อยละ 36.24 ระบุว่าเป็น พลเอก อนุพงษ์  เผ่าจินดา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย อันดับ 4 ร้อยละ 34.56 ระบุว่าเป็น พลตำรวจเอก อดุลย์ แสงสิงแก้ว รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน และร้อยละ 34.48 ระบุว่าเป็น พลอากาศเอก ประจิน  จั่นตอง รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม

                เมื่อพิจารณาลักษณะทั่วไปของตัวอย่าง พบว่า ตัวอย่างร้อยละ 8.56 มีภูมิลำเนาอยู่กรุงเทพฯ ร้อยละ 25.52 มีภูมิลำเนาอยู่ปริมณฑลและภาคกลาง ร้อยละ 17.76 มีภูมิลำเนาอยู่ภาคเหนือ ร้อยละ 33.76 มีภูมิลำเนาอยู่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และร้อยละ 14.40 มีภูมิลำเนาอยู่ภาคใต้ ตัวอย่างร้อยละ 57.20 เป็นเพศชาย และร้อยละ 42.80 เป็นเพศหญิง ตัวอย่างร้อยละ 5.04 มีอายุ 18 – 25 ปี ร้อยละ 12.88 มีอายุ 26 – 35 ปี ร้อยละ 22.88 มีอายุ 36 – 45 ปี ร้อยละ 32.88 มีอายุ 46 – 59 ปี ร้อยละ 22.56 มีอายุ 60 ปีขึ้นไป และร้อยละ 3.76 ไม่ระบุอายุ ตัวอย่างร้อยละ 89.52 ระบุว่า นับถือศาสนาพุทธ ร้อยละ 3.36 ระบุว่า นับถือศาสนาอิสลาม ร้อยละ 1.44 ระบุว่า นับถือศาสนาคริสต์ และอื่น ๆ และร้อยละ 5.68 ไม่ระบุศาสนา ตัวอย่างร้อยละ 19.36 ระบุว่าสถานภาพโสด ร้อยละ 70.64 สมรสแล้ว ร้อยละ 4.16 หม้าย หย่าร้าง แยกกันอยู่ และร้อยละ 5.84 ไม่ระบุสถานภาพการสมรส ตัวอย่างร้อยละ 28.72 จบการศึกษาประถมศึกษาหรือต่ำกว่า ร้อยละ 26.16 จบการศึกษามัธยมศึกษาหรือเทียบเท่า ร้อยละ 6.72 จบการศึกษาอนุปริญญาหรือเทียบเท่า ร้อยละ 25.84 จบการศึกษาปริญญาตรีหรือเทียบเท่า ร้อยละ 6.24 จบการศึกษาสูงกว่าปริญญาตรีหรือเทียบเท่า และร้อยละ 6.32 ไม่ระบุการศึกษา

                ตัวอย่างร้อยละ 11.92 ประกอบอาชีพข้าราชการ/ลูกจ้าง/พนักงานรัฐวิสาหกิจ ร้อยละ 11.04 ประกอบอาชีพพนักงานเอกชน ร้อยละ 20.48 ประกอบอาชีพเจ้าของธุรกิจ/อาชีพอิสระ ร้อยละ 16.32 ประกอบอาชีพเกษตรกร/ประมง ร้อยละ 14.32 ประกอบอาชีพรับจ้างทั่วไป/ผู้ใช้แรงงาน ร้อยละ 17.92 เป็นพ่อบ้าน/แม่บ้าน/เกษียณอายุ/ว่างงาน ร้อยละ 1.28 เป็นนักเรียน/นักศึกษา ร้อยละ 0.08 เป็นพนักงานองค์กรอิสระที่ไม่แสวงหากำไร และร้อยละ 6.64 ไม่ระบุอาชีพ ตัวอย่างร้อยละ 13.04 ไม่มีรายได้ ร้อยละ 22.16 มีรายได้เฉลี่ยต่อเดือนไม่เกิน 10,000 บาท ร้อยละ 20.32 มีรายได้เฉลี่ยต่อเดือน 10,001 – 20,000 บาท ร้อยละ 11.84 มีรายได้เฉลี่ยต่อเดือน 20,001 – 30,000 บาท ร้อยละ 5.52 มีรายได้เฉลี่ยต่อเดือน 30,001 – 40,000 บาท ร้อยละ 9.28 มีรายได้เฉลี่ยต่อเดือนมากกว่า  40,001 บาทขึ้นไป และร้อยละ 17.84 ไม่ระบุรายได้ 

  • preview

NIDA_Poll_3_YEARS_6_MONTH_OF_PREMIERSHIP_GEN._PRAYUT_CHAN-O-CHA

NIDA_Poll_3_YEARS_6_MONTH_OF_PREMIERSHIP_GEN._PRAYUT_CHAN-O-CHA

Copyright © 2012. All Rights Reserved. nidapoll.nida.ac.th