ข่าวประชาสัมพันธ์

 ขอแสดงความยินดีแก่สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ ได้รับการรับรองคุณภาพและมาตรฐาน จาก 4 สถาบัน

  •    

     yes ผลการประเมินคุณภาพการศึกษาภายนอก โดยสำนักงานรับรองมาตรฐานและประเมินคุณภาพการศึกษา (สมศ.)

อยู่ในระดับ ดีมาก ด้วยคะแนนเฉลี่ย 4.67 เต็ม 5

     yes ผลการประเมินคุณภาพการศึกษาภายใน โดยสำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา (สกอ.) ปีการศึกษา 2554

อยู่ในระดับ ดีมาก ได้คะแนนเฉลี่ย 4.91 เต็ม 5

     yes ผลการประเมินตามคำรับรองการปฏิบัติราชการ โดยสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาระบบราชการ (ก.พ.ร.)

ปีงบประมาณ พ.ศ.2554 ได้คะแนนเฉลี่ย 4.6489 เต็ม 5

     yes ผลการวิเคราะห์ระดับความสำเร็จของการดำเนินงานจากการใช้จ่ายงบประมาณ (PART) โดยสำนักงบประมาณ

ในปีงบประมาณ พ.ศ.2555 ได้คะแนน 99.01 เต็ม 100 สะท้อนให้เห็นถึงความมีประสิทธิภาพการใช้จ่ายงบประมาณดีมาก

 

16/2556 เรื่อง "คนกรุงฯ กับการเลือกตั้ง ผู้ว่าฯ กทม. โค้งที่ 4"

 

 “คนกรุงฯ กับการเลือกตั้ง ผู้ว่าฯ กทม. โค้งที่ 4”

 

                ศูนย์สำรวจความคิดเห็น “นิด้าโพล” สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) เปิดเผยผลสำรวจความคิดเห็นของประชาชน เรื่อง “คนกรุงฯ กับการเลือกตั้ง ผู้ว่าฯ กทม. โค้งที่ 4 ” ทำการสำรวจระหว่างวันที่ 12 – 13 กุมภาพันธ์ 2556 จากประชาชนที่มีอายุ 18 ปีขึ้นไป และมีสิทธิเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. ทั้ง 50 เขต จำนวน 1,500หน่วยตัวอย่าง กระจายทุกระดับการศึกษา ทุกอาชีพ

                จากการสำรวจ พบว่า หากวันนี้เป็นวันเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. คนกรุงเทพฯ ร้อยละ 25.20 ระบุว่า จะเลือก พล.ต.อ.พงศพัศ พงษ์เจริญ เป็นผู้ว่าฯ กทม. รองลงมา ร้อยละ 23.07 จะเลือก  ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ บริพัตร ร้อยละ 4.53 จะเลือก พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียาเวส ร้อยละ 1.07 นายสุหฤท สยามวาลา ร้อยละ 0.60 จะเลือก นายโฆสิต สุวินิจจิต ร้อยละ 0.27 จะเลือกผู้สมัครอิสระ อื่นๆ  เช่น นายวศิน  ภิรมย์ นายวรัญชัย  โชคชนะ นายสัณหพจน์  สุขศรีเมือง เป็นต้น ร้อยละ 3.93 จะไม่เลือกใคร ไม่ลงคะแนนเสียง (Vote NO)และ ร้อยละ 41.33 ยังไม่ตัดสินใจ

                เมื่อถามถึงเหตุผลที่ใช้ในการตัดสินใจเลือกผู้สมัคร เป็นผู้ว่าฯ กทม. เมื่อเรียงตามลำดับหมายเลขผู้สมัคร ผู้ว่าฯ กทม. สามารถสรุปได้ ดังนี้ (ร้อยละของผู้ตอบแบบสอบถามที่ระบุว่าจะเลือกใครเป็นผู้ว่าฯ กทม.)

                เหตุผลที่คน กทม. ใช้ในการตัดสินใจเลือกพล.ต.อ.พงศพัศ พงษ์เจริญ ผู้สมัคร ผู้ว่าฯ กทม. หมายเลข9 พบว่า ร้อยละ 43.38ชอบที่ตัวบุคคล ทำงานเก่ง มีวิสัยทัศน์ และมีประสบการณ์ รองลงมา ร้อยละ 22.55 มีนโยบายที่ดีและน่าสนใจ  ร้อยละ 15.20ชอบพรรคการเมือง (พรรคเพื่อไทย) ร้อยละ 11.76สามารถทำงานและประสานงานร่วมกับรัฐบาลได้ดี ร้อยละ 4.17 อยากเห็นการเปลี่ยนแปลง  อยากให้โอกาสคนอื่นๆ ลองเข้ามาทำงานดูบ้าง และร้อยละ 2.94 มองว่า การบริหารงาน กทม. ของพรรคประชาธิปัตย์ยังไม่ดีเท่าที่ควร

                เหตุผลที่คน กทม. ใช้ในการตัดสินใจเลือกนายโฆสิต สุวินิจจิต ผู้สมัคร ผู้ว่าฯ กทม. หมายเลข10 พบว่า ร้อยละ 44.44 มีนโยบายที่ดีและน่าสนใจ รองลงมา ร้อยละ 33.33 เป็นผู้สมัครอิสระ ไม่สังกัดพรรค และ ร้อยละ 11.11 ชอบที่ตัวบุคคล เก่ง  มีวิสัยทัศน์ มีประสบการณ์ และอยากเห็นการเปลี่ยนแปลง อยากให้โอกาสคนอื่นๆ เข้ามาทำงานดูบ้าง ในสัดส่วนที่เท่ากัน  

                เหตุผลที่คน กทม. ใช้ในการตัดสินใจเลือกพล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียาเวส ผู้สมัคร ผู้ว่าฯ กทม. หมายเลข 11 พบว่า ร้อยละ 44.44  ชอบที่ตัวบุคคล เก่ง มีประสบการณ์ รองลงมา ร้อยละ 36.11เป็นผู้สมัครอิสระ ไม่สังกัดพรรค (กลุ่มพลังกรุงเทพฯ)  ร้อยละ 11.11มีนโยบายที่ดีและน่าสนใจ และ ร้อยละ 1.39ชอบทีมงาน รองผู้ว่าฯ (รศ.ดร.เสรี ศุภราทิตย์) และเชื่อว่ากลุ่มพันธมิตรสนับสนุน ในสัดส่วนที่เท่ากัน   

                เหตุผลที่คน กทม. ใช้ในการตัดสินใจเลือกม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ บริพัตร ผู้สมัคร ผู้ว่าฯ กทม. หมายเลข16  พบว่า ร้อยละ 30.96 ชอบที่ตัวบุคคล เก่ง มีประสบการณ์รองลงมา ร้อยละ 27.67 สามารถสานต่อนโยบายเดิมได้ต่อเนื่อง ร้อยละ 26.85 ชอบพรรคการเมือง (พรรคประชาธิปัตย์)ร้อยละ 9.59  มีนโยบายที่ดีและน่าสนใจ  และ ร้อยละ 3.01เป็นการรักษาฐานคะแนนเสียงพรรคประชาธิปัตย์  เกรงว่าพรรคเพื่อไทยจะได้รับคะแนนความนิยมมากกว่า

                เหตุผลที่คน กทม. ใช้ในการตัดสินใจเลือกนายสุหฤท  สยามวาลา ผู้สมัคร ผู้ว่าฯ กทม. หมายเลข17 พบว่า ร้อยละ 52.94ชอบตัวบุคคล มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว รองลงมา ร้อยละ 29.41 มีนโยบายที่ดีและน่าสนใจ และ ร้อยละ 17.65 เป็นผู้สมัครอิสระ ไม่สังกัดพรรค               

                เหตุผลที่คน กทม. ใช้ในการตัดสินใจเลือกผู้สมัครายอื่นๆ  เช่น นายวศิน  ภิรมย์ นายวรัญชัย  โชคชนะ และนายสัณหพจน์             สุขศรีเมืองร้อยละ 50.00 ชอบที่ตัวบุคคล และมีนโยบายที่ดีและน่าสนใจ ในสัดส่วนที่เท่ากัน

ส่วนสาเหตุที่ยังไม่ตัดสินใจเลือกผู้สมัคร ผู้ว่าฯ กทม. นั้น ร้อยละ 76.45 ระบุว่า รอพิจารณาว่านโยบายใดเหมาะสม รองลงมา       ร้อยละ 8.71 ระบุว่า ไม่มีใครน่าสนใจ และ ร้อยละ 0.97 รอดูผลโพล

 

                รองศาสตราจารย์ ดร. พิชาย  รัตนดิลก ณ ภูเก็ต อาจารย์ประจำคณะพัฒนาสังคมและสิ่งแวดล้อม สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) ได้ให้ทัศนะเกี่ยวกับผลการสำรวจในครั้งนี้เพิ่มเติมว่า “เมื่อเปรียบเทียบกับผลสำรวจกับครั้งที่ผ่านมา พบว่า คะแนนความนิยม และสัดส่วนของผู้ที่ยังไม่ตัดสินใจ ยังเปลี่ยนแปลงไม่มากนัก อาจเป็นไปได้ว่ายังมีการหาเสียงและการณรงค์การไปใช้สิทธิเลือกตั้งยังไม่ชัดเจน จึงต้องรอดูในอีกสักระยะก่อนถึงวันเลือกตั้ง ส่วนเหตุผลในการตัดสินใจเลือกผู้ว่าฯ กทม. คนกรุงเทพฯ ก็ยังมองภาพลักษณ์ส่วนบุคลเป็นหลัก ส่วนคะแนนนิยมใครจะมากกว่านั้นก็ขึ้นอยู่กับบุคลิกภาพการนำเสนอตัวเองในช่วงหาเสียง

                สิ่งที่น่าสนใจระหว่าง พล.ต.อ.พงศพัศ พงษ์เจริญ และ ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ บริพัตร ในเชิงนโยบายก็คือ นโยบายประชานิยมของ พล.ต.อ.พงศพัศ พงษ์เจริญ ที่มีความน่าสนใจมากกว่า นโยบายของ ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ บริพัตร แต่ขณะที่   ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ บริพัตร ก็ได้เปรียบในเรื่องของฐานเสียงพรรคประชาธิปัตย์ที่มีมากกว่าฐานเสียงพรรคเพื่อไทย

                ท้ายสุดผู้ที่ยังไม่ตัดสินใจที่ยังรอพิจารณาดูนโยบายอยู่ก็เป็นโอกาสให้ผู้สมัครอิสระได้หาเสียง และเสนอนโยบายที่ถูกใจคนกรุงเทพฯ ให้มากขึ้น

 

                (จากการวิเคราะห์ในครั้งนี้เป็นความคิดเห็นส่วนตัวของผู้วิจารณ์ไม่เกี่ยวข้องกับศูนย์ฯ“นิด้าโพล” และ สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์แต่อย่างใด)

 

 

 

 

 

เสนอแนะข้อคิดเห็นได้ที่ สำนักงานศูนย์สำรวจความคิดเห็นของประชาชน “นิด้าโพล”

โทร. 02 727 3594 และ 02 727 3596   โทรสาร 02 727 3595   E-mail: This email address is being protected from spambots. You need JavaScript enabled to view it. และ This email address is being protected from spambots. You need JavaScript enabled to view it.

www.twitter.com/nidapoll  และ  www.facebook.com/nidapoll

 

 

 

 

ผลการสำรวจของนิด้าโพล

บริการและให้คำปรึกษา

1. ให้คำปรึกษาทางด้านงานวิจัยเชิงสำรวจแก่ผู้ที่สนใจและนักศึกษาทั่วไป
2. บริการด้านวิจัยเชิงสำรวจทั้งหน่วยงานภาครัฐ หน่วยงานเอกชน และบุคคลทั่วไป
3. บริการเก็บรวบรวมข้อมูลงานวิจัยทางโทรศัพท์ด้วยหน่วยตัวอย่างหลักครอบคลุมทั่วประเทศ มากกว่า 101,122 หน่วยตัวอย่าง
4. บริการเก็บรวบรวมข้อมูลงานวิจัยภาคสนามทั่วประเทศ
5. บริการบันทึก ประมวลผล และวิเคราะห์ข้อมูลงานวิจัยเชิงสำรวจ

*ไม่รับวิเคราะห์วิทยานิพนธ์

เกี่ยวกับนิด้าโพล