ผลสำรวจของนิด้าโพล

หน้าแรก > ผลสำรวจของนิด้าโพล

News Image

ส.ส. เสียบบัตรแทนกัน

วันที่อัพเดทล่าสุด : 1 ก.พ. 2563

          ศูนย์สำรวจความคิดเห็น “นิด้าโพล” สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) เปิดเผยผลสำรวจของประชาชน เรื่อง “ส.ส. เสียบบัตรแทนกัน” ทำการสำรวจระหว่างวันที่ 29 – 31 มกราคม 2563 จากประชาชนที่มีอายุ 18 ปีขึ้นไป กระจายทุกภูมิภาค ระดับการศึกษา และอาชีพ ทั่วประเทศ รวมทั้งสิ้น จำนวน 1,254 หน่วยตัวอย่าง เกี่ยวกับกรณี ส.ส. เสียบบัตรลงคะแนนแทนกัน ในการโหวตร่าง พ.ร.บ. งบประมาณ 2563 การสำรวจอาศัยการสุ่มตัวอย่างโดยใช้ความน่าจะเป็นจากบัญชีรายชื่อฐานข้อมูลตัวอย่างหลัก (Master Sample) ของ “นิด้าโพล” สุ่มตัวอย่างด้วยวิธีแบบง่าย (Simple Random Sampling) เก็บข้อมูลด้วยวิธีการสัมภาษณ์ทางโทรศัพท์โดยกำหนดค่าความเชื่อมั่นที่ร้อยละ 95.0

          จากการสำรวจเมื่อถามถึงความคิดเห็นของประชาชนเกี่ยวกับข่าว ส.ส. เสียบบัตรลงคะแนนแทนกัน ในการโหวตร่าง พ.ร.บ. งบประมาณ 2563 พบว่า ส่วนใหญ่ ร้อยละ 80.14 ระบุว่า เป็นการกระทำที่ไร้จิตสำนึกของ ส.ส. รองลงมา ร้อยละ 13.56 ระบุว่า เป็นเรื่องปกติ เกิดขึ้นบ่อย ร้อยละ 9.81 ระบุว่า เป็นการซ้ำเติมเศรษฐกิจประเทศ หาก ร่าง พ.ร.บ. งบประมาณต้องตกไป ร้อยละ 5.18 ระบุว่า เป็นเรื่องของความประมาท รู้เท่าไม่ถึงการณ์ของ ส.ส. ร้อยละ 2.31 ระบุว่า เป็นเรื่องของนายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ ต้องการแก้แค้นที่สอบตก ส.ส. พัทลุง และร้อยละ 0.96 ระบุอื่น ๆ ได้แก่ เป็นการกระทำที่ผิดรัฐธรรมนูญ 2560

          ท้ายที่สุดเมื่อถามถึงผู้ที่ควรรับผิดชอบต่อกรณี ส.ส. เสียบบัตรลงคะแนนแทนกัน ในการโหวตร่าง พ.ร.บ. งบประมาณ 2563 พบว่า ส่วนใหญ่ ร้อยละ 45.85 ระบุว่า ส.ส. ที่มีส่วนร่วมในการเสียบบัตรลงคะแนนแทนกัน ควรลาออกจากตำแหน่ง รองลงมา ร้อยละ 19.62 ระบุว่า นายกรัฐมนตรี พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา ควรร่วมรับผิดชอบ ด้วยการลาออกจากตำแหน่ง ร้อยละ 19.54 ระบุว่า สภาควรมีมติขับไล่ ส.ส. ที่มีส่วนร่วมในการเสียบบัตรลงคะแนนแทนกัน ให้ออกจากตำแหน่ง ร้อยละ 11.96 ระบุว่า ส.ส. ที่มีส่วนร่วมในการเสียบบัตรลงคะแนนแทนกัน ควรเลิกเล่นการเมืองตลอดชีวิต ร้อยละ 11.56 ระบุว่า พรรคการเมืองที่มี ส.ส. ร่วมในการเสียบบัตรลงคะแนนแทนกัน ควรร่วมรับผิดชอบด้วยการถอนตัวออกจากการร่วมรัฐบาล ร้อยละ 10.13 ระบุว่า ส.ส. ที่มีส่วนร่วมในการเสียบบัตรลงคะแนนแทนกัน ต้องจ่ายค่าเสียหายให้รัฐ ที่ทำให้การใช้งบประมาณเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจต้องล่าช้าออกไป ร้อยละ 9.01 ระบุว่า นายอนุทิน ชาญวีรกูล ควรร่วมรับผิดชอบ ด้วยการลาออกจากตำแหน่งรองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ร้อยละ 8.61 ระบุว่า พรรคการเมืองที่มี ส.ส. ร่วมในการเสียบบัตรลงคะแนนแทนกัน ต้องจ่ายค่าเสียหายให้รัฐ ที่ทำให้การใช้งบประมาณเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจต้องล่าช้าออกไป ร้อยละ 1.99 ระบุว่า เป็นเรื่องปกติ ไม่ต้องมีใครรับผิดชอบ ร้อยละ 2.39 ระบุอื่น ๆ ได้แก่ นายชวน หลีกภัย ควรร่วมรับผิดชอบ ด้วยการลาออกจากตำแหน่งประธานรัฐสภาไทย ขณะที่บางส่วนระบุว่า คณะรัฐบาลควรร่วมรับผิดชอบด้วยการยุบสภา และร้อยละ 10.13 ระบุว่า ไม่ทราบ/ไม่ตอบ/ไม่สนใจ

          เมื่อพิจารณาลักษณะทั่วไปของตัวอย่าง พบว่า ตัวอย่างร้อยละ 8.85 มีภูมิลำเนาอยู่กรุงเทพฯ ร้อยละ 25.60 มีภูมิลำเนาอยู่ปริมณฑลและภาคกลาง ร้อยละ 18.34 มีภูมิลำเนาอยู่ภาคเหนือ ร้อยละ 33.65 มีภูมิลำเนาอยู่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และร้อยละ 13.56 มีภูมิลำเนาอยู่ภาคใต้ ตัวอย่างร้อยละ 48.88 เป็นเพศชาย และร้อยละ 51.12 เป็นเพศหญิง 

          ตัวอย่างร้อยละ 7.50 มีอายุ 18 – 25 ปี ร้อยละ 15.79 มีอายุ 26 – 35 ปี ร้อยละ 21.29 มีอายุ 36 – 45 ปี ร้อยละ 33.41 มีอายุ 46 – 59 ปี และร้อยละ 22.01 มีอายุ 60 ปีขึ้นไป ตัวอย่างร้อยละ 95.30 นับถือศาสนาพุทธ ร้อยละ 2.23 นับถือศาสนาอิสลาม ร้อยละ 0.88 นับถือศาสนาคริสต์ และอื่น ๆ และร้อยละ 1.59 ไม่ระบุศาสนา ตัวอย่างร้อยละ 24.40 สถานภาพโสด ร้อยละ 69.94 สมรสแล้ว ร้อยละ 3.99 หม้าย หย่าร้าง แยกกันอยู่ และร้อยละ 1.67 ไม่ระบุสถานภาพการสมรส

          ตัวอย่างร้อยละ 27.43 จบการศึกษาประถมศึกษาหรือต่ำกว่า ร้อยละ 29.67 จบการศึกษามัธยมศึกษาหรือเทียบเท่า ร้อยละ 8.29 จบการศึกษาอนุปริญญาหรือเทียบเท่า ร้อยละ 25.76 จบการศึกษาปริญญาตรีหรือเทียบเท่า ร้อยละ 6.22 จบการศึกษาสูงกว่าปริญญาตรีหรือเทียบเท่า และร้อยละ 2.63 ไม่ระบุการศึกษา 

          ตัวอย่างร้อยละ 10.61 ประกอบอาชีพข้าราชการ/ลูกจ้าง/พนักงานรัฐวิสาหกิจ ร้อยละ 14.27 ประกอบอาชีพพนักงานเอกชน ร้อยละ 20.42ประกอบอาชีพเจ้าของธุรกิจ/อาชีพอิสระ ร้อยละ 13.56 ประกอบอาชีพเกษตรกร/ประมง ร้อยละ 15.95 ประกอบอาชีพรับจ้างทั่วไป/ผู้ใช้แรงงาน ร้อยละ 20.49 เป็นพ่อบ้าน/แม่บ้าน/เกษียณอายุ/ว่างงาน ร้อยละ 2.23 เป็นนักเรียน/นักศึกษา และร้อยละ 2.47 ไม่ระบุอาชีพ

          ตัวอย่างร้อยละ 18.10 ไม่มีรายได้ ร้อยละ 19.06 มีรายได้เฉลี่ยต่อเดือนไม่เกิน 10,000 บาท ร้อยละ 24.96 มีรายได้เฉลี่ยต่อเดือน 10,001 – 20,000 บาท ร้อยละ 11.40 มีรายได้เฉลี่ยต่อเดือน 20,001 – 30,000 บาท ร้อยละ 4.71 มีรายได้เฉลี่ยต่อเดือน 30,001 –  40,000 บาท ร้อยละ 6.86 มีรายได้เฉลี่ยต่อเดือน 40,001 บาทขึ้นไป และร้อยละ 14.91 ไม่ระบุรายได้

  • preview

NIDA_Poll_MPs_inserted_cards_instead

NIDA_Poll_MPs_inserted_cards_instead

Copyright © 2012. All Rights Reserved. nidapoll.nida.ac.th