ผลสำรวจของนิด้าโพล

หน้าแรก > ผลสำรวจของนิด้าโพล

News Image

การสำรวจคะแนนนิยมทางการเมืองรายไตรมาส ครั้งที่ 1

วันที่อัพเดทล่าสุด : 27 ธ.ค. 2562

          ศูนย์สำรวจความคิดเห็น “นิด้าโพล” สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) เปิดเผยผลสำรวจของประชาชน เรื่อง “การสำรวจคะแนนนิยมทางการเมืองรายไตรมาส ครั้งที่ 1” ทำการสำรวจระหว่างวันที่ 18 - 20 ธันวาคม 2562 จากประชาชนที่มีอายุ 18 ปีขึ้นไป กระจายทุกภูมิภาค ระดับการศึกษา และอาชีพทั่วประเทศ รวมทั้งสิ้น จำนวน 2,511 หน่วยตัวอย่าง เกี่ยวกับการสำรวจคะแนนนิยมทางการเมือง การสำรวจอาศัย การสุ่มตัวอย่างโดยใช้ความน่าจะเป็นจากบัญชีรายชื่อฐานข้อมูลตัวอย่างหลัก (Master Sample) ของ “นิด้าโพล” สุ่มตัวอย่างด้วยวิธีแบบง่าย (Simple Random Sampling) เก็บข้อมูลด้วยวิธีการสัมภาษณ์ทางโทรศัพท์ โดยกำหนดค่าความเชื่อมั่นที่ร้อยละ 95.0

          จากการสำรวจเมื่อถามถึงบุคคลที่ประชาชนจะสนับสนุนให้เป็นนายกรัฐมนตรีในวันนี้ พบว่า ส่วนใหญ่ อันดับ 1 ร้อยละ 31.42 ระบุว่าเป็น นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ (พรรคอนาคตใหม่) เพราะ อยากเห็นคนรุ่นใหม่เข้ามาบริหารบ้านเมือง มีความคิดที่พัฒนาประเทศ และเศรษฐกิจได้ดี และชื่นชอบพรรคอนาคตใหม่เป็นการส่วนตัว รองลงมา อันดับ 2 ร้อยละ 23.74 ระบุว่าเป็น พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา เพราะ บริหารงานดีอยู่แล้ว เป็นคนตรงไปตรงมา บ้านเมืองสงบไม่วุ่นวาย ช่วยเหลือประชาชนได้จริง และอยากให้ดำรงตำแหน่งต่อไป อันดับ 3 ร้อยละ 17.32 ระบุว่า ยังหาคนที่เหมาะสมไม่ได้ อันดับ 4 ร้อยละ 11.95 ระบุว่าเป็น คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ เพราะ ชอบนโยบายพรรคเพื่อไทยและต้องการให้มาช่วยแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจให้ดียิ่งขึ้น อยากให้ผู้หญิงขึ้นมาบริหารประเทศบ้าง และชื่นชอบเป็นการส่วนตัว อันดับ 5 ร้อยละ 3.90 ระบุว่าเป็น พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส (พรรคเสรีรวมไทย) เพราะ เป็นคนตรงไปตรงมา พูดจริง ทำจริง สามารถพัฒนาให้ประเทศเจริญรุ่งเรืองได้ และชื่นชอบเป็นการส่วนตัว อันดับ 6 ร้อยละ 3.46 ระบุว่า ไม่ตอบ/ไม่สนใจ อันดับ 7 ร้อยละ 2.47 ระบุว่าเป็น นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ (พรรคประชาธิปัตย์) เพราะ เป็นคนตรงไปตรงมา ซื่อสัตย์สุจริต ไม่มีประวัติด่างพร้อย และชื่นชอบพรรคประชาธิปัตย์เป็นการส่วนตัว อันดับ 8 ร้อยละ 1.08 ระบุว่าเป็น นายอนุทิน ชาญวีรกูล (พรรคภูมิใจไทย) เพราะ มีผลงานในการทำงานที่ดี มีความรู้ ความสามารถ ซื่อสัตย์สุจริต และสามารถพัฒนาให้ประเทศเจริญรุ่งเรืองได้ อันดับ 9 ร้อยละ 0.88 ระบุว่าเป็น นางสาวกัญจนา ศิลปอาชา (พรรคชาติไทยพัฒนา) เพราะ ชื่นชอบนโยบายของพรรค ทำงานสานต่อจากคุณพ่อได้ดี และอยากให้ผู้หญิงขึ้นมาบริหารประเทศบ้าง และนายมิ่งขวัญ แสงสุวรรณ์ (พรรคเศรษฐกิจใหม่) เพราะ มีนโยบายพรรคที่ชัดเจน น่าจะช่วยแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจได้ดี ในสัดส่วนที่ท่ากัน อันดับ 10 ร้อยละ 0.67 ระบุว่าเป็น นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ เพราะ มีความซื่อสัตย์สุจริตในการทำงาน และชื่นชอบเป็นการส่วนตัว อันดับ 11 ร้อยละ 0.56 ระบุว่าเป็น นายชวน หลีกภัย เพราะ มีผลงานและการทำงานที่ผ่านมาดี มีความเหมาะสมที่จะดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี อันดับ 12 ร้อยละ 0.47 ระบุว่าเป็น นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา (พรรคประชาชาติ) เพราะ ไม่น่าจะมีเรื่องคอร์รัปชัน และชื่นชอบเป็นการส่วนตัว อันดับที่ 13 ร้อยละ 0.40 ระบุว่าเป็น นายสมพงษ์ อมรวิวัฒน์ (พรรคเพื่อไทย) เพราะ เป็นคนที่มีความคิดรอบคอบ และผลงานของพรรคเพื่อไทยดี อันดับ 14 ร้อยละ 0.32 ระบุว่าเป็น หม่อมราชวงศ์จัตุมงคล โสณกุล(พรรครวมพลังประชาชาติไทย) เพราะ มีประสบการณ์ในการทำงานที่ยาวนาน อันดับ 15 ร้อยละ 0.16 ระบุว่าเป็น นายเทวัญ ลิปตพัลลภ (พรรคชาติพัฒนา) อันดับที่ 16 ระบุว่าเป็น นายชัชชาติ  สิทธิพันธุ์ เพราะ มีความมุ่งมั่นในการทำงาน และอันดับ 17 ร้อยละ 0.04 ระบุว่าเป็น นายอุตตม สาวนายน (พรรคพลังประชารัฐ) เพราะ มีผลงานและการทำงานดี, นายกรณ์ จาติกวณิช, นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์, นายชิงชัย มงคลธรรมและนายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค เพราะ เป็นคนออกมาพูดเรื่องกฎหมายที่ควรจะร่างให้ถูกต้อง ไม่เข้าข้างฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งในสัดส่วนที่เท่ากัน        

          ท้ายที่สุด เมื่อถามถึงพรรคการเมืองที่ประชาชนจะสนับสนุนในวันนี้ พบว่า ส่วนใหญ่ อันดับ 1 ร้อยละ 30.27 ระบุว่าเป็น พรรคอนาคตใหม่ รองลงมา อันดับ 2 ร้อยละ 19.95 ระบุว่าเป็น พรรคเพื่อไทย อันดับ 3 ร้อยละ 16.69 ระบุว่าเป็น พรรคพลังประชารัฐอันดับ 4 ร้อยละ 13.46 ระบุว่า   ไม่สนับสนุนพรรคการเมืองใดเลย อันดับ 5 ร้อยละ 10.83 ระบุว่าเป็น พรรคประชาธิปัตย์ อันดับ 6 ร้อยละ 2.43 ระบุว่าเป็น พรรคภูมิใจไทย อันดับ 7 ร้อยละ 2.03 ระบุว่าเป็น พรรคเสรีรวมไทย อันดับ 8 ร้อยละ 1.59 ระบุว่า ไม่ตอบ/ไม่สนใจ อันดับ 9 ร้อยละ 0.92 ระบุว่าเป็น พรรคชาติไทยพัฒนา อันดับ 10 ร้อยละ 0.48 ระบุว่าเป็น พรรคเศรษฐกิจใหม่ อันดับ 11 ร้อยละ 0.39 ระบุว่าเป็น พรรคพลังไทยรักไทย อันดับ 12 ร้อยละ 0.20 ระบุว่าเป็น พรรคเพื่อชาติ, พรรคประชาชาติ และพรรคความหวังใหม่ ในสัดส่วนที่เท่ากัน อันดับ 13 ร้อยละ 0.08 ระบุว่าเป็น พรรครวมพลังประชาชาติไทย และพรรครักษ์ผืนป่าประเทศไทย และอันดับ 14 ร้อยละ 0.04 ระบุว่าเป็น พรรคครูไทยเพื่อประชาชน, พรรคชาติพัฒนา, พรรคไทยศรีวิไลย์, พรรคไทรักธรรม และพรรคประชาธิปไตยใหม่ ในสัดส่วนที่เท่ากัน  

          เมื่อพิจารณาลักษณะทั่วไปของตัวอย่าง พบว่า ตัวอย่างร้อยละ 8.84 มีภูมิลำเนาอยู่กรุงเทพฯ ร้อยละ 25.85 มีภูมิลำเนาอยู่ปริมณฑลและภาคกลาง ร้อยละ 18.48 มีภูมิลำเนาอยู่ภาคเหนือ ร้อยละ 33.41 มีภูมิลำเนาอยู่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และร้อยละ 13.42 มีภูมิลำเนาอยู่ภาคใต้ ตัวอย่างร้อยละ 49.10 เป็นเพศชาย และร้อยละ 50.90 เป็นเพศหญิง

          ตัวอย่างร้อยละ 6.53 มีอายุ 18 – 25 ปี ร้อยละ 15.81 มีอายุ 26 – 35 ปี ร้อยละ 20.63 มีอายุ 36 – 45 ปี ร้อยละ 33.93 มีอายุ 46 – 59 ปี และร้อยละ 23.10 มีอายุ 60 ปีขึ้นไป ตัวอย่างร้อยละ 92.99 นับถือศาสนาพุทธ ร้อยละ 4.74 นับถือศาสนาอิสลาม ร้อยละ 1.12 นับถือศาสนาคริสต์ และอื่น ๆ และร้อยละ 1.15 ไม่ระบุศาสนา ตัวอย่างร้อยละ 21.19 สถานภาพโสด ร้อยละ 74.83 สมรสแล้ว ร้อยละ 2.86 หม้าย หย่าร้าง แยกกันอยู่ และร้อยละ 1.12 ไม่ระบุสถานภาพการสมรส

          ตัวอย่างร้อยละ 30.95 จบการศึกษาประถมศึกษาหรือต่ำกว่า ร้อยละ 31.34 จบการศึกษามัธยมศึกษาหรือเทียบเท่า ร้อยละ 7.69 จบการศึกษาอนุปริญญาหรือเทียบเท่า ร้อยละ 24.05 จบการศึกษาปริญญาตรีหรือเทียบเท่า ร้อยละ 4.62 จบการศึกษาสูงกว่าปริญญาตรีหรือเทียบเท่า และร้อยละ 1.35 ไม่ระบุการศึกษา

          ตัวอย่างร้อยละ 10.12 ประกอบอาชีพข้าราชการ/ลูกจ้าง/พนักงานรัฐวิสาหกิจ ร้อยละ 13.26 ประกอบอาชีพพนักงานเอกชน ร้อยละ 21.39 ประกอบอาชีพเจ้าของธุรกิจส่วนตัว/อาชีพอิสระ ร้อยละ 16.17 ประกอบอาชีพเกษตรกร/ประมง ร้อยละ 15.65 ประกอบอาชีพรับจ้างทั่วไป/ผู้ใช้แรงงาน ร้อยละ 19.43 เป็นพ่อบ้าน/แม่บ้าน/เกษียณอายุ/ว่างงาน ร้อยละ 2.43 เป็นนักเรียน/นักศึกษา ร้อยละ 0.04 เป็นพนักงานองค์กรอิสระที่ไม่แสวงหากำไร และร้อยละ 1.51 ไม่ระบุอาชีพ

          ตัวอย่างร้อยละ 18.56 ไม่มีรายได้ ร้อยละ 25.53 มีรายได้เฉลี่ยต่อเดือนไม่เกิน 10,000 บาท ร้อยละ 25.85 มีรายได้เฉลี่ยต่อเดือน 10,001 – 20,000 บาท ร้อยละ 10.16 มีรายได้เฉลี่ยต่อเดือน 20,001 – 30,000 บาท ร้อยละ 5.21 มีรายได้เฉลี่ยต่อเดือน 30,001 –  40,000 บาท ร้อยละ 6.37 มีรายได้เฉลี่ยต่อเดือน 40,001 บาทขึ้นไป และร้อยละ 8.32 ไม่ระบุรายได้

  • preview

NIDA_Poll_The_1st_political_popularity_survey

NIDA_Poll_The_1st_political_popularity_survey

Copyright © 2012. All Rights Reserved. nidapoll.nida.ac.th