ผลสำรวจของนิด้าโพล

หน้าแรก > ผลสำรวจของนิด้าโพล

News Image

สิ่งที่ประชาชนอยากได้เป็นของขวัญปีใหม่ 2562 จากรัฐบาลชุดใหม่

วันที่อัพเดทล่าสุด : 28 ธ.ค. 2561

          ศูนย์สำรวจความคิดเห็น “นิด้าโพล” สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) เปิดเผยผลสำรวจความคิดเห็นของประชาชน เรื่อง “สิ่งที่ประชาชนอยากได้เป็นของขวัญปีใหม่ 2562 จากรัฐบาลชุดใหม่” ทำการสำรวจระหว่างวันที่ 24 – 26 ธันวาคม 2561 จากประชาชนที่มีอายุ 18 ปีขึ้นไป กระจายทุกภูมิภาค ระดับการศึกษา และอาชีพ รวมทั้งสิ้น จำนวน 1,252 หน่วยตัวอย่าง เกี่ยวกับสิ่งที่ประชาชนอยากได้เป็นของขวัญปีใหม่ 2562 จากรัฐบาลชุดใหม่ การสำรวจอาศัยการสุ่มตัวอย่างโดยใช้ความน่าจะเป็นจากบัญชีรายชื่อฐานข้อมูลตัวอย่างหลัก (Master Sample) ของ “นิด้าโพล” ด้วยวิธีแบบแบ่งชั้นภูมิ (Stratified  Random Sampling) โดยแบ่งชั้นภูมิตามภูมิภาค จากนั้นในแต่ละภูมิภาค สุ่มตัวอย่างด้วยวิธีสุ่มตัวอย่างแบบง่าย (Simple Random Sampling) เก็บข้อมูลด้วยวิธีการสัมภาษณ์ทางโทรศัพท์ โดยกำหนดค่าความเชื่อมั่นที่ร้อยละ 95.0

          จากการสำรวจเมื่อถามถึงสิ่งที่อยากได้มากที่สุดจากรัฐบาลชุดใหม่เป็นของขวัญปีใหม่ พ.ศ. 2562 พบว่า ประชาชนส่วนใหญ่ ร้อยละ 52.32 ระบุว่า แก้ปัญหาเศรษฐกิจปากท้อง รองลงมา ร้อยละ 20.69 ระบุว่า แก้ปัญหาพืชผลทางเกษตร และพัฒนาสินค้าทางการเกษตร ร้อยละ 9.66 ระบุว่า แก้ปัญหาคอร์รัปชัน ร้อยละ 7.27 ระบุว่า เพิ่มค่าแรงขั้นต่ำ ร้อยละ 3.99 ระบุว่า เพิ่มการจ้างงาน เพิ่มอาชีพ ลดปัญหาการว่างงาน ร้อยละ 1.60 ระบุว่า พัฒนาโครงสร้างพื้นฐานขนาดใหญ่ของประเทศ เช่น การคมนาคม ถนน รถไฟ ร้อยละ 1.12 ระบุว่า แก้ไขปัญหาสิ่งแวดล้อม ร้อยละ 0.79 ระบุว่า ส่งเสริมการท่องเที่ยว ร้อยละ 2.48 ระบุอื่น ๆ ได้แก่ สร้างความสงบเรียบร้อยให้แก่บ้านเมือง พัฒนาระบบการศึกษาไทย ให้โอกาสทางการศึกษาสำหรับเด็กด้อยโอกาส แก้ไขปัญหาอาชญากรรมและยาเสพติด เพิ่มเบี้ยผู้สูงอายุ พัฒนาระบบประกันสุขภาพ และเร่งแก้ไขปัญหาความไม่สงบชายแดนภาคใต้ และร้อยละ 0.08 ไม่ระบุ

          สำหรับพรรคการเมืองที่จะสามารถให้ของขวัญปีใหม่ 2562 ตามที่ประชาชนต้องการได้(10 อันดับแรก) พบว่า ส่วนใหญ่ อันดับ 1 ร้อยละ 27.71 ระบุว่าเป็น พรรคเพื่อไทย รองลงมา อันดับ 2 ร้อยละ 21.25 ระบุว่า ไม่มีพรรคการเมืองใดที่จะสามารถให้ของขวัญปีใหม่ 2562 ตามที่  ต้องการได้ อันดับ 3 ร้อยละ 16.53 ระบุว่าเป็น พรรคพลังประชารัฐ อันดับ 4 ร้อยละ 16.37 ระบุว่าเป็น พรรคประชาธิปัตย์ อันดับ 5  ร้อยละ 5.91 ระบุว่าเป็น พรรคอนาคตใหม่ อันดับ 6 ร้อยละ 4.71 ระบุว่า ขอดูนโยบายของแต่ละพรรคก่อน อันดับ 7 ร้อยละ 2.24 ระบุว่าเป็น พรรคเสรี    รวมไทย อันดับ 8 ร้อยละ 1.60 ระบุว่าเป็น พรรคชาติไทยพัฒนา อันดับ 9 ร้อยละ 1.04 ระบุว่าเป็น พรรคภูมิใจไทย และอันดับ 10 ร้อยละ 0.56 ระบุว่าเป็น พรรคเพื่อชาติ

          ด้านโครงการที่ประชาชนอยากให้รัฐบาลชุดใหม่สานต่อจากรัฐบาลชุดปัจจุบัน พบว่า ประชาชนส่วนใหญ่ ร้อยละ 27.00 ระบุว่า  บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ร้านค้าประชารัฐ รองลงมา ร้อยละ 15.09 ระบุว่า โครงการแก้ปัญหาหนี้สินนอกระบบ ร้อยละ 12.46 ระบุว่า โครงการที่อยู่อาศัย และที่ดินทำกิน (เช่น บ้านล้านหลัง ให้สิทธิทำกินในที่ดินของรัฐ) ร้อยละ 11.90 ระบุว่า ปราบปรามผู้มีอิทธิพล และปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ ร้อยละ 10.22 ระบุว่า โครงการส่งเสริมและยกระดับคุณภาพชีวิต (เช่น เกิดอุบัติเหตุเจ็บป่วยฉุกเฉินรักษาได้ทุกที่ 72 ชั่วโมง) ร้อยละ 5.75 ระบุว่า การจัดระเบียบสังคม (เช่น รถตู้ รถแท็กซี่ คูคลอง หาบเร่ แผงลอย) ร้อยละ 4.63 ระบุว่า โครงข่ายระบบรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนในกรุงเทพมหานครและพื้นที่ต่อเนื่อง ร้อยละ 4.15 ระบุว่า โครงการกองทุนหมู่บ้าน ร้อยละ 2.96 ระบุว่า โครงการไทยนิยมยั่งยืน ร้อยละ 1.36 ระบุว่า ตลาดประชารัฐ ร้อยละ 1.28 ระบุว่า ระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออกหรือ อีอีซี (EEC) ร้อยละ 0.72 ระบุว่า การจัดการสิ่งแวดล้อม (เช่น โรงไฟฟ้าจากขยะ) ร้อยละ 0.32 ระบุว่า การลงทะเบียนแรงงานต่างด้าว ร้อยละ 0.24 ระบุว่า การแก้ไขการทำประมงที่ผิดกฎหมาย (IUU) ร้อยละ 0.16 ระบุว่า โครงการเงินอุดหนุนเพื่อการเลี้ยงดูเด็กแรกเกิด ร้อยละ 1.52 ระบุอื่น ๆ ได้แก่ โครงการช่วยเหลือเกษตรกร โครงการที่เกี่ยวกับการศึกษา ขณะที่บางส่วนระบุว่า ไม่มีโครงการใดที่อยากให้สานต่อจากรัฐบาลชุดปัจจุบัน ร้อยละ 0.16 ไม่ระบุ และร้อยละ 0.08 ไม่แน่ใจ          

          ท้ายที่สุดเมื่อถามถึงบุคคลแห่งปี 2561 ที่ประชาชนคิดว่า ทำประโยชน์ให้แก่สังคมและอยากให้เป็น Idol (เป็นแบบอย่าง) (10 อันดับแรก)พบว่า ส่วนใหญ่ อันดับ 1 ร้อยละ 47.12 ระบุว่าเป็น ตูน บอดี้แสลม รองลงมา อันดับ 2 ร้อยละ 18.13 ระบุว่าเป็น พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา อันดับ 3 ร้อยละ 4.87 ระบุว่าเป็น บิณฑ์ บันลือฤทธิ์ อันดับ 4  ร้อยละ 4.31 ระบุว่าเป็น นายณรงค์ศักดิ์ โอสถธนากร อันดับ 5 ร้อยละ 4.23 ระบุว่าเป็น นาวาตรี สมาน กุนัน (จ่าแซม) อันดับ 6 ร้อยละ 2.56 ระบุว่าเป็น นางปวีณา หงสกุล อันดับ 7 ร้อยละ 1.68 ระบุว่าเป็น ดร.ทักษิณ   ชินวัตร อันดับ 8 ร้อยละ 1.28 ระบุว่าเป็น พลตำรวจเอก เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส และนายวิเชียร ชิณวงษ์ ในสัดส่วนที่เท่ากัน อันดับ 9 ร้อยละ 1.04 ระบุว่าเป็น คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ อันดับ 10 ร้อยละ 0.72 ระบุว่าเป็น พลตำรวจโท สุรเชษฐ์ หักพาล และร้อยละ 5.51 ระบุว่า ไม่มีบุคคลที่คิดว่าทำประโยชน์ให้แก่สังคมและอยากให้เป็น Idol (เป็นแบบอย่าง)

          เมื่อพิจารณาลักษณะทั่วไปของตัวอย่าง พบว่า ตัวอย่างร้อยละ 9.18 มีภูมิลำเนาอยู่กรุงเทพฯ ร้อยละ 26.68 มีภูมิลำเนาอยู่ปริมณฑลและภาคกลาง ร้อยละ 15.26 มีภูมิลำเนาอยู่ภาคเหนือ ร้อยละ 27.63 มีภูมิลำเนาอยู่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และร้อยละ 21.25 มีภูมิลำเนาอยู่ภาคใต้  ตัวอย่างร้อยละ 54.47 เป็นเพศชาย และร้อยละ 45.53 เป็นเพศหญิง ตัวอย่างร้อยละ 5.51 มีอายุ 18 – 25 ปี ร้อยละ 15.50 มีอายุ 26 – 35 ปี ร้อยละ 24.44 มีอายุ 36 – 45 ปี ร้อยละ 32.27 มีอายุ 46 – 59 ปี ร้อยละ 21.56 มีอายุ 60 ปีขึ้นไป และร้อยละ 0.72 ไม่ระบุอายุ

          ตัวอย่างร้อยละ 94.01 นับถือศาสนาพุทธ ร้อยละ 3.67 นับถือศาสนาอิสลาม ร้อยละ 0.96 นับถือศาสนาคริสต์/ฮินดู/ซิกข์/ยิว/ไม่นับถือศาสนาใด ๆ และร้อยละ 1.36 ไม่ระบุศาสนา ตัวอย่างร้อยละ 20.29 ระบุว่าสถานภาพโสด ร้อยละ 74.76 สมรสแล้ว ร้อยละ 3.51 หม้าย หย่าร้าง แยกกันอยู่ และร้อยละ 1.44 ไม่ระบุสถานภาพการสมรส ตัวอย่างร้อยละ 32.43 จบการศึกษาประถมศึกษาหรือต่ำกว่า ร้อยละ 29.87 จบการศึกษามัธยมศึกษาหรือเทียบเท่า ร้อยละ 7.67 จบการศึกษาอนุปริญญาหรือเทียบเท่า ร้อยละ 24.20 จบการศึกษาปริญญาตรีหรือเทียบเท่า ร้อยละ 4.07 จบการศึกษาสูงกว่าปริญญาตรีหรือเทียบเท่า และร้อยละ 1.76 ไม่ระบุการศึกษา

          ตัวอย่างร้อยละ 9.82 ประกอบอาชีพข้าราชการ/ลูกจ้าง/พนักงานรัฐวิสาหกิจ ร้อยละ 15.02 ประกอบอาชีพพนักงานเอกชน ร้อยละ 19.81 ประกอบอาชีพเจ้าของธุรกิจ/อาชีพอิสระ ร้อยละ 16.85 ประกอบอาชีพเกษตรกร/ประมง ร้อยละ 16.93 ประกอบอาชีพรับจ้างทั่วไป/ ผู้ใช้แรงงาน ร้อยละ 17.33 เป็นพ่อบ้าน/แม่บ้าน/เกษียณอายุ/ว่างงาน ร้อยละ 2.40 เป็นนักเรียน/นักศึกษา ร้อยละ 0.32 เป็นพนักงานองค์กรอิสระที่ไม่แสวงหากำไร และร้อยละ 1.52 ไม่ระบุอาชีพ

          ตัวอย่างร้อยละ 14.30 ไม่มีรายได้ ร้อยละ 29.55 มีรายได้เฉลี่ยต่อเดือน ไม่เกิน 10,000 บาท ร้อยละ 25.40 มีรายได้เฉลี่ยต่อเดือน 10,001 –  20,000 บาท ร้อยละ 10.94 มีรายได้เฉลี่ยต่อเดือน 20,001 – 30,000 บาท ร้อยละ 4.71 มีรายได้เฉลี่ยต่อเดือน 30,001 –  40,000 บาท ร้อยละ 7.27 มีรายได้เฉลี่ยต่อเดือน 40,001 บาทขึ้นไป และร้อยละ 7.83 ไม่ระบุรายได้

NIDA_Poll_New_Year_Gift_2019

NIDA_Poll_New_Year_Gift_2019

Copyright © 2012. All Rights Reserved. nidapoll.nida.ac.th