ผลสำรวจของนิด้าโพล

หน้าแรก > ผลสำรวจของนิด้าโพล

News Image

พฤติกรรมการออมและภาวะหนี้สินของประชาชนในครึ่งปีแรก 2560

วันที่อัพเดทล่าสุด : 17 ก.ค. 2560

                            ศูนย์สำรวจความคิดเห็น “นิด้าโพล” สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) และ บริษัท ข้อมูลเครดิตแห่งชาติ จำกัด (เครดิตบูโร) เปิดเผยผลสำรวจความคิดเห็นของประชาชน เรื่อง “พฤติกรรมการออมและภาวะหนี้สินของประชาชนในช่วงครึ่งปีแรก 2560” ทำการสำรวจ ระหว่างวันที่ 2 – 20 พฤษภาคม 2560 กรณีศึกษาจากประชาชนที่มีรายได้ทั่วประเทศ กระจายทุกระดับการศึกษา และอาชีพ รวมทั้งสิ้น จำนวน 2,000 หน่วยตัวอย่าง เกี่ยวกับพฤติกรรมการออม สัดส่วนระหว่างรายได้และรายจ่ายต่อเดือน ภาวะการมีหนี้สิน การบริหารจัดการหนี้สิน และความสามารถในการชำระหนี้สิน การสำรวจอาศัยการสุ่มตัวอย่างด้วยวิธีความน่าจะเป็นจากบัญชีรายชื่อฐานข้อมูลตัวอย่างหลัก (Master Sample) ของ “นิด้าโพล” แบบแบ่งชั้นภูมิ (Stratified  Random  Sampling) โดยแบ่งชั้นภูมิตามภูมิภาคออกเป็น 5 ภูมิภาค จากนั้นในแต่ละภาคสุ่มตัวอย่างแบบอย่างง่าย (Simple Random Sampling) เก็บข้อมูลด้วยวิธีการสัมภาษณ์ทางโทรศัพท์  โดยกำหนดค่าความเชื่อมั่นที่ร้อยละ 95.0 และมีค่าความคลาดเคลื่อนมาตรฐาน (Standard Error: S.E.) ไม่เกิน 1.1

                จากการสำรวจ เมื่อถามถึงสัดส่วนรายได้กับรายจ่ายของประชาชนในแต่ละเดือน พบว่า ประชาชนส่วนใหญ่ ร้อยละ 45.15 ระบุว่า มีรายได้ พอ ๆ กับรายจ่าย ร้อยละ 31.50 มีรายได้ น้อยกว่า รายจ่าย ร้อยละ 21.85 มีรายได้ มากกว่า รายจ่าย และร้อยละ 1.50 ไม่แน่ใจ

                เมื่อถามถึงรายได้เฉลี่ยของประชาชนในแต่ละเดือนโดยประมาณ พบว่า ประชาชนมีรายได้ต่อเดือนเฉลี่ย 26,469.91 บาท (S.D. = 51,907.29 บาทต่อเดือน) โดยมีรายได้เฉลี่ยต่อเดือนต่ำสุด 200 บาท และสูงสุด 1,000,000 บาท และเมื่อพิจารณาสัดส่วน พบว่า ประชาชนร้อยละ 35.35 มีรายได้เฉลี่ยต่อเดือนไม่เกิน 10,000 บาท ร้อยละ 25.15 มีรายได้เฉลี่ยต่อเดือนระหว่าง 10,001 – 20,000 บาท ร้อยละ 11.30      มีรายได้เฉลี่ยต่อเดือนระหว่าง 20,001 – 30,000 บาท ร้อยละ 5.45 มีรายได้เฉลี่ยต่อเดือนระหว่าง 30,001 – 40,000 บาท ร้อยละ 11.45 มีรายได้เฉลี่ยต่อเดือน มากกว่า 40,001 บาท ขึ้นไป และร้อยละ 11.30 ไม่ระบุ  

                ขณะที่รายจ่ายเฉลี่ยของประชาชนในแต่ละเดือนโดยประมาณ พบว่า ประชาชนมีรายจ่ายเฉลี่ยต่อเดือน 21,606.75 บาท (S.D. = 36,288.98 บาทต่อเดือน) โดยมีรายจ่ายเฉลี่ยต่อเดือนต่ำสุด 200 บาท และสูงสุด 900,000 บาท และเมื่อพิจารณาสัดส่วน พบว่า ประชาชน ร้อยละ 38.45 มีรายจ่ายเฉลี่ยต่อเดือนไม่เกิน 10,000 บาท ร้อยละ 25.55 มีรายจ่ายเฉลี่ยต่อเดือนระหว่าง 10,001 – 20,000 บาท ร้อยละ 11.65 มีรายจ่ายเฉลี่ยต่อเดือนระหว่าง 20,001 – 30,000 บาท ร้อยละ 4.20 มีรายจ่ายเฉลี่ยต่อเดือนระหว่าง 30,001 – 40,000 บาท ร้อยละ 7.60  มีรายจ่ายเฉลี่ยต่อเดือนมากกว่า 40,001 บาท ขึ้นไป และร้อยละ 12.55 ไม่ระบุ   

                สำหรับพฤติกรรมการออมเงินไว้ใช้ของประชาชนในปัจจุบัน พบว่า ประชาชนส่วนใหญ่ ร้อยละ 51.65 ระบุว่า มีเงินออม ขณะที่ ร้อยละ 48.30 ระบุว่า ไม่มีเงินออมไว้ใช้ และร้อยละ 0.05 ไม่ระบุ

                เมื่อถามถึงการคาดการณ์เกี่ยวกับความเพียงพอของเงินออมเพื่อไว้ใช้ในสถานการณ์ที่ไม่แน่นอนหรือความมั่นคงต่อชีวิตของประชาชนที่มีเงินออม  พบว่า ประชาชน ส่วนใหญ่ ร้อยละ 50.05 ระบุว่า เพียงพอขณะที่ ร้อยละ 41.92 ระบุว่า ไม่เพียงพอและร้อยละ 8.03 ไม่ระบุ/ไม่แน่ใจ

                สำหรับวัตถุประสงค์ในการออมเงินของประชาชนที่มีเงินออม  พบว่า ประชาชนที่มีเงินออมไว้ใช้นั้น ส่วนใหญ่ ร้อยละ 48.79 ระบุว่า  เป็นการออมเพื่อใช้ในกรณีฉุกเฉิน เช่น เพื่อการรักษาพยาบาล การเจ็บป่วย อุบัติเหตุ รองลงมา ร้อยละ 38.33 ระบุว่า ออมเพื่อสำรองไว้ใช้ในอนาคต ร้อยละ 26.91 ระบุว่า ออมเพื่อไว้ให้บุตรหลาน รวมถึงการศึกษาของบุตรหลานด้วย ร้อยละ 12.58 ระบุว่า ออมเพื่อใช้ในระยะยาวช่วงหลังเกษียณอายุ ร้อยละ 10.94 ระบุว่า ออมเพื่อซื้อสินค้า การบริการ สินค้าอุปโภคบริโภค ใช้จ่ายในชีวิตประจำวัน ร้อยละ 9.87 ระบุว่า ออมเพื่อการลงทุนในกองทุนรวม หุ้น สลากออมทรัพย์ พันธบัตรรัฐบาล ประกันชีวิต เป็นต้น ร้อยละ 8.13 ระบุว่า ออมเพื่อการลงทุนสำหรับประกอบอาชีพ การดำเนินธุรกิจ กิจการ การเกษตร การค้าขาย ร้อยละ 3.29 ระบุว่า ออมเพื่อชำระหนี้สิน ค่าน้ำ ค่าไฟ ค่าบ้าน ค่าผ่อนดอกเบี้ย จ่ายภาษี ฯลฯ ร้อยละ 3.29 ระบุ อื่น ๆ ได้แก่ ออมเพื่อการศึกษาของตนเอง ออมเพื่อสร้าง ซ่อมแซม ปรับปรุงที่อยู่อาศัยและออมเพื่อไว้ทำบุญ และร้อยละ 0.48 ไม่ระบุ

                ด้านภาวะการมีหนี้สินของประชาชนในปัจจุบัน พบว่า ประชาชนส่วนใหญ่ ร้อยละ 68.10 ระบุว่ามีหนี้สิน  ขณะที่ ร้อยละ 31.85 ระบุว่าไม่มีหนี้สิน และร้อยละ 0.05 ไม่ระบุ

                ขณะที่หนี้สินโดยรวมของประชาชนที่มีหนี้สินในปัจจุบัน พบว่า ประชาชนมีหนี้สินโดยรวมเฉลี่ยประมาณ 565,302.88 บาท (S.D. = 1,243,254.28 บาท) โดยมีหนี้สินต่ำสุด 1,000 บาท และสูงสุด 500 ล้านบาท เมื่อพิจารณาสัดส่วน พบว่า ประชาชนส่วนใหญ่ ร้อยละ 33.26 มีหนี้สินโดยรวมมากกว่า 100,000 บาท ขึ้นไป รองลงมา ร้อยละ 4.26 มีหนี้สินโดยรวมประมาณ ไม่เกิน 10,000 บาท ร้อยละ 4.19 มีหนี้สินโดยรวมประมาณ 10,001 – 20,000 บาท ร้อยละ 3.89 มีหนี้สินโดยรวมประมาณ 40,001 – 50,000 บาท ร้อยละ 2.94 มีหนี้สินโดยรวมประมาณ 20,001 – 30,000 บาท ขณะที่ประชาชนบางส่วน ร้อยละ 2.13 ระบุว่า มีหนี้สินโดยรวมเป็นจำนวนหลักพัน ร้อยละ 8.88 มีหนี้สินหลักหมื่น ร้อยละ 16.45 มีหนี้สินหลักแสน ร้อยละ 8.44 มีหนี้สินหลักล้าน และร้อยละ 5.29 ไม่ระบุ/ไม่แน่ใจ

                เมื่อถามประชาชนที่มีหนี้สินเกี่ยวกับหนี้สินที่เกิดจากค่าใช้จ่ายในเรื่องต่าง ๆ พบว่า ผู้ที่มีหนี้สินนั้นส่วนใหญ่ ร้อยละ 59.47 ระบุว่า เกิดจากการซื้อ/ผ่อน/ชำระสินค้า การบริการ สินค้าอุปโภคบริโภค รองลงมา ร้อยละ 35.46 ระบุว่า เกิดจากการลงทุนในการประกอบอาชีพการดำเนินธุรกิจ กิจการ การเกษตร การค้าขาย ร้อยละ 14.24 ระบุว่า เกิดจากการเลี้ยงดูบุตรหลาน ร้อยละ 11.89 ระบุว่า เกิดจากการเลี้ยงดูบุคคลในครอบครัว (พ่อ แม่ บุตร หลาน ญาติ คู่สมรส)  ร้อยละ 6.17 ระบุว่า เกิดจากการสร้าง ต่อเติม ปรับปรุง ที่อยู่อาศัย บ้าน คอนโด ที่ดิน อสังหาริมทรัพย์ต่าง ๆ ร้อยละ 3.96 ระบุว่า เกิดจากชำระหนี้สิน (กู้ยืมเพื่อมาชำระหนี้สิน) ร้อยละ 2.94 ระบุว่า เกิดจากการศึกษาของตนเอง ร้อยละ 2.06 ระบุว่า เกิดจากการรักษาพยาบาล ร้อยละ 0.66 ระบุอื่น ๆ ได้แก่ หนี้สำรองไว้ใช้ในยามฉุกเฉิน การค้ำประกันให้กับผู้อื่น ค่าประกัน และค่าใช้จ่ายในการฟ้องร้องคดีความ และร้อยละ 0.88 ไม่ระบุ/ไม่แน่ใจ

                ด้านวิธีการบริหารจัดการหนี้สินของประชาชนที่มีหนี้สิน พบว่า ผู้ที่มีหนี้สินนั้นส่วนใหญ่ ร้อยละ 61.01 จะบริหารจัดการหนี้สิน ด้วยการชำระยอดค้างให้ตรงต่อเวลา เพื่อหลีกเลี่ยงอัตราดอกเบี้ย หรือค่าธรรมเนียมอื่น ๆ รองลงมา ร้อยละ 19.46 ระบุว่า ไม่สร้างหนี้สินเพิ่มเติม ร้อยละ 14.17 ระบุว่า ลดค่าใช้จ่าย ร้อยละ 13.29 ระบุว่า หาช่องทางการเพิ่มรายได้ให้มากขึ้น เช่น ทำอาชีพเสริม หารายได้พิเศษ ทำงานล่วงเวลา ร้อยละ 10.50 ระบุว่า เลือกแบ่งงวดจ่ายให้มากครั้ง แต่จ่ายจำนวนเงินต่อครั้งให้น้อย ๆ  ร้อยละ 7.27 ระบุว่า ผลัดการชำระในงวดถัดไป ร้อยละ 6.09 ระบุว่า เลือกแบ่งงวดจ่ายให้น้อยครั้ง แต่จ่ายจำนวนเงินต่อครั้งให้มาก ๆ ร้อยละ 5.80 ระบุว่า ชำระยอดค้างให้มากกว่ายอดจ่ายขั้นต่ำ ร้อยละ 4.26 ระบุว่า ขาย จำนำ จำนอง ทรัพย์สิน หรือกู้เงินยืมเงินจากที่อื่นมาชำระ ร้อยละ 9.10 ระบุอื่น ๆ ได้แก่ ชำระล่วงหน้า ชำระรายปี ชำระดอกเบี้ยหรือเงินต้นก่อน หรือจ่ายเท่าที่มี และร้อยละ 2.13 ไม่ระบุ

                ท้ายที่สุด เมื่อถามถึงความสามารถในการชำระหนี้สินของประชาชนที่มีหนี้สิน (จากคะแนนเต็ม 10) พบว่า มีค่าเฉลี่ยความสามารถในการชำระหนี้อยู่ที่ 7.72 คะแนน ซึ่งอยู่ในระดับมาก (S.D. = 2.15 คะแนน) โดยมีความสามารถต่ำสุด 0 คะแนน และสูงสุด 10 คะแนน และเมื่อพิจารณาเป็นสัดส่วนร้อยละ พบว่า ประชาชน ร้อยละ 0.96 ไม่มีความสามารถในการชำระหนี้สินเลย ร้อยละ 0.73 มีความสามารถในการชำระหนี้สินอยู่ระหว่าง 1 – 2 คะแนน ร้อยละ 2.57 อยู่ระหว่าง 3 – 4 คะแนน ร้อยละ 21.66 อยู่ระหว่าง 5 – 6 คะแนน ร้อยละ 30.32  อยู่ระหว่าง 7 – 8 คะแนน ร้อยละ 38.18 อยู่ระหว่าง 9 – 10 คะแนน และร้อยละ 5.58 ไม่สามารถระบุได้

เมื่อพิจารณาลักษณะทั่วไปของตัวอย่าง พบว่า ตัวอย่างร้อยละ 8.90 มีภูมิลำเนาอยู่กรุงเทพฯ ร้อยละ 25.45 มีภูมิลำเนาอยู่ปริมณฑลและภาคกลาง ร้อยละ 18.20 มีภูมิลำเนาอยู่ภาคเหนือ ร้อยละ 33.50 มีภูมิลำเนาอยู่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และร้อยละ 13.95 มีภูมิลำเนา อยู่ภาคใต้ ตัวอย่าง ร้อยละ 53.85 พักอาศัยอยู่ในเขตเทศบาล ร้อยละ 44.65 พักอาศัยอยู่นอกเขตเทศบาล และร้อยละ 1.50 ไม่ระบุ/ไม่แน่ใจตัวอย่าง ร้อยละ 56.05 เป็นเพศชาย และร้อยละ 43.95 เป็นเพศหญิง ตัวอย่าง ร้อยละ 2.85 มีอายุต่ำกว่า 25 ปี ร้อยละ 15.05 มีอายุ 26 – 35 ปี ร้อยละ 24.75 มีอายุ 36 – 45 ปี ร้อยละ 37.15 มีอายุ 46 – 59 ปี ร้อยละ 19.35 มีอายุ 60 ปีขึ้นไป และร้อยละ 0.85 ไม่ระบุอายุ

                ตัวอย่างร้อยละ 94.35 ระบุว่า นับถือศาสนาพุทธ  ร้อยละ 3.50 ระบุว่า นับถือศาสนาอิสลาม ร้อยละ 1.15 ระบุว่า นับถือศาสนาคริสต์/ฮินดู/ซิกข์/ยิว/ไม่นับถือศาสนาใด ๆ และร้อยละ 1.00 ไม่ระบุศาสนา ตัวอย่าง ร้อยละ 17.90 ระบุว่าสถานภาพโสด ร้อยละ 75.75 สมรสแล้ว ร้อยละ 5.20 หม้าย หย่าร้าง แยกกันอยู่ และร้อยละ 1.15 ไม่ระบุสถานภาพการสมรส ตัวอย่างร้อยละ 29.40 จบการศึกษาประถมศึกษาหรือต่ำกว่า  ร้อยละ 28.45 จบการศึกษามัธยมศึกษาหรือเทียบเท่า ร้อยละ 7.45 จบการศึกษาอนุปริญญาหรือเทียบเท่า ร้อยละ 24.95 จบการศึกษาปริญญาตรีหรือเทียบเท่า ร้อยละ 8.00 จบการศึกษาสูงกว่าปริญญาตรีหรือเทียบเท่า และร้อยละ 1.75 ไม่ระบุการศึกษา

                ตัวอย่างร้อยละ 13.30 ประกอบอาชีพข้าราชการ/ลูกจ้าง/พนักงานรัฐวิสาหกิจ ร้อยละ 12.45 ประกอบอาชีพพนักงานเอกชน ร้อยละ 22.45 ประกอบอาชีพเจ้าของธุรกิจ/อาชีพอิสระ ร้อยละ 21.70 ประกอบอาชีพเกษตรกร/ประมง ร้อยละ 19.65 ประกอบอาชีพรับจ้างทั่วไป/ผู้ใช้แรงงาน ร้อยละ 9.90 เป็นพ่อบ้าน/แม่บ้าน/เกษียณอายุ/ว่างงาน ร้อยละ 0.05 เป็นนักเรียน/นักศึกษา (ทำงานหรืออาชีพเสริมที่มีรายได้) และร้อยละ 0.05 เป็นพนักงานองค์กรอิสระที่ไม่แสวงหากำไร 

NIDA_Poll_Credit_Bureau

Copyright © 2012. All Rights Reserved. nidapoll.nida.ac.th