ผลสำรวจของนิด้าโพล

หน้าแรก > ผลสำรวจของนิด้าโพล

News Image

คนไทยคิดอย่างไร ? กับโฆษณาในโรงภาพยนตร์

วันที่อัพเดทล่าสุด : 18 เม.ย. 2560

                ศูนย์สำรวจความคิดเห็น “นิด้าโพล” สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) ร่วมกับ “ไนน์เอ็นเตอร์เทน”  เปิดเผยผลสำรวจความคิดเห็นของประชาชน   เรื่อง  “คนไทยคิดอย่างไร ? กับโฆษณาในโรงภาพยนตร์” โดยสอบถามความคิดเห็นจากประชาชนที่เข้าชมภาพยนตร์ จากประชาชนทั่วประเทศ กระจายทุกระดับการศึกษาและอาชีพ รวมทั้งสิ้นจำนวน 1,257 หน่วยตัวอย่าง เกี่ยวกับการฉายโฆษณาในโรงภาพยนตร์ ทำการสำรวจระหว่างวันที่ 16 – 17 กรกฏาคม 2557 อาศัยการสุ่มตัวอย่างจากบัญชีรายชื่อฐานข้อมูลตัวอย่างหลัก (Master Sample) ของ “นิด้าโพล” ด้วยความน่าจะเป็นแบบแบ่งชั้นภูมิ (Stratified  Random  Sampling) โดยแบ่งภูมิภาคออกเป็น 5 ภูมิภาค จากนั้นใน   แต่ละภาคสุ่มตัวอย่างแบบมีระบบ (Systematic Random Sampling) เก็บข้อมูลด้วยวิธีการสัมภาษณ์ทางโทรศัพท์ โดยกำหนดค่าความเชื่อมั่นที่ร้อยละ 95.0 และมีค่าความคลาดเคลื่อนมาตรฐาน (Standard Error: S.E.) ไม่เกิน 1.4

                จากการสำรวจ เมื่อถามถึงความรู้สึกของประชาชนที่มีต่อโฆษณาในโรงภาพยนตร์ พบว่า ประชาชนส่วนใหญ่ ร้อยละ 53.06 ระบุว่า รู้สึกเฉย ๆ รองลงมา ร้อยละ 18.06 ระบุว่า ชอบ เพราะจะได้รู้จักสินค้าใหม่ ๆ ร้อยละ 15.59 ระบุว่า ใช้เวลานานเกิน  เอาเปรียบผู้บริโภคเกินไป ร้อยละ 12.81 ระบุว่า น่าเบื่อ ร้อยละ 0.48 ระบุว่า อื่น ๆ ไม่ควรมีเลย  หรือขึ้นอยู่กับสินค้าบางชิ้น หากเป็นสินค้าที่ชอบก็จะรู้สึกอยากดู และหากเป็นสินค้าที่ไม่ชอบก็จะรู้สึกเสียเวลา

                เมื่อถามถึงความคิดเห็นของประชาชนเกี่ยวกับการมีอิทธิพลของโฆษณาในโรงภาพยนตร์ต่อการเลือกซื้อสินค้านั้น ๆ พบว่า ประชาชนส่วนใหญ่ ร้อยละ 66.43 ระบุว่า เฉย ๆ / ไม่มีผล รองลงมา ร้อยละ 25.78 ระบุว่า อยากซื้อสินค้านั้นมาใช้หลังจากชมโฆษณา ร้อยละ 5.17 ระบุว่า ไม่อยากซื้อ และ ร้อยละ 2.62 ระบุว่า ขึ้นอยู่กับสินค้าบางชนิด

                สำหรับความคิดเห็นของประชาชนเกี่ยวกับเวลาที่เหมาะสมในการฉายโฆษณาในโรงภาพยนตร์ พบว่า ประชาชนส่วนใหญ่ ร้อยละ 61.73 ระบุว่า  เวลาที่เหมาะสม คือ ประมาณ 1 – 5 นาที รองลงมา  ร้อยละ 18.46 ระบุว่า  ควรฉายประมาณ 5 – 10 นาที  ร้อยละ 14.96 ระบุว่า ไม่ควรมีโฆษณาเลย ร้อยละ 2.78 ระบุว่า  ควรฉายประมาณ 6 – 15 นาที  ร้อยละ 0.95 ระบุว่า  ควรฉายประมาณ 16 – 20 นาที  ร้อยละ 0.88 ระบุว่า ไม่ควรเกิน 1 นาที และ ร้อยละ 0.24 ระบุว่า  แล้วแต่ความเหมาะสม ยังไงก็ได้

                ท้ายที่สุด เมื่อถามถึงความคิดเห็นของประชาชนเกี่ยวกับข้อเสนอแนะต่อการโฆษณาในโรงภาพยนตร์ พบว่า ประชาชน ส่วนใหญ่ ร้อยละ 34.57 ระบุว่า  ควรจำกัดเวลาในการฉายโฆษณา  รองลงมา ร้อยละ 24.33 ระบุว่า  ควรให้โรงภาพยนตร์ระบุเวลาที่ฉายจริง ๆ (เวลาหลังจากโฆษณาเสร็จแล้ว) ร้อยละ 23.22 ระบุว่า  ไม่มีข้อเสนอแนะ เวลาเหมาะสมดีอยู่แล้ว โรงภาพยนตร์ ภาพยนตร์ และผู้สนับสนุน ต้องอยู่ควบคู่กัน ร้อยละ 16.84 ระบุว่า  ควรลดค่าตั๋วหนัง ร้อยละ 1.04 ระบุว่า  อื่น ๆ ได้แก่ ไม่ควรมีการฉายโฆษณา หรือ ถ้าหากมี ควรเป็นโฆษณาที่ไม่ซ้ำเหมือนในโทรทัศน์ หรือควรฉายโฆษณาหลังฉายภาพยนตร์เสร็จแล้ว

                เมื่อพิจารณาลักษณะทั่วไปของตัวอย่าง พบว่า ตัวอย่าง ร้อยละ 20.05 มีภูมิลำเนาอยู่กรุงเทพฯ และปริมณฑล  ร้อยละ 20.68  มีภูมิลำเนาอยู่ภาคกลางร้อยละ 19.25 มีภูมิลำเนาอยู่ภาคเหนือร้อยละ 20.13 มีภูมิลำเนาอยู่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือและร้อยละ 19.89 มีภูมิลำเนาอยู่ภาคใต้  ตัวอย่างร้อยละ 54.97 เป็นเพศชาย  ร้อยละ 44.87 เป็นเพศหญิง และร้อยละ 0.16 เป็นเพศทางเลือก ตัวอย่างร้อยละ 16.87 มีอายุต่ำกว่า 25 ปี ร้อยละ 44.47 มีอายุ 25 – 39 ปี  ร้อยละ 34.45 มีอายุ 40 – 59 ปี และร้อยละ 4.22 มีอายุ 60 ปีขึ้นไป ตัวอย่างร้อยละ 95.39 นับถือศาสนาพุทธ รองลงมา ร้อยละ3.50 นับถือศาสนาอิสลาม และร้อยละ1.11 นับถือศาสนาคริสต์ และอื่น ๆ ตัวอย่างร้อยละ 40.65 สถานภาพโสด ร้อยละ 57.92 สถานภาพสมรสแล้ว และร้อยละ 1.43 สถานภาพหม้าย หย่าร้าง แยกกันอยู่ 

                ตัวอย่าง ร้อยละ 10.84 ระบุว่า จบการศึกษาประถมศึกษาหรือต่ำกว่า  ร้อยละ 31.55 จบการศึกษามัธยมศึกษาหรือเทียบเท่า  ร้อยละ 12.27 จบการศึกษาอนุปริญญาหรือเทียบเท่า  ร้อยละ 39.68 จบการศึกษาปริญญาตรีหรือเทียบเท่า  และร้อยละ 5.66 จบการศึกษาสูงกว่าปริญญาตรีหรือเทียบเท่า ตัวอย่างร้อยละ 16.08 ประกอบอาชีพข้าราชการ/ลูกจ้าง/พนักงานรัฐวิสาหกิจร้อยละ 17.91 ประกอบอาชีพพนักงานเอกชนร้อยละ 23.89 ประกอบอาชีพเจ้าของธุรกิจ/อาชีพอิสระร้อยละ 7.25 ประกอบอาชีพเกษตรกร/ประมง  ร้อยละ 16.32 ประกอบอาชีพรับจ้างทั่วไปร้อยละ 9.55 เป็นพ่อบ้าน/แม่บ้าน/เกษียณอายุ/ว่างงาน และร้อยละ 9.00 เป็นนักเรียน/นักศึกษาตัวอย่าง ร้อยละ16.79 ระบุว่าไม่มีรายได้  ร้อยละ13.68 มีรายได้ต่อเดือนไม่เกิน 10,000 บาท ร้อยละ33.73 มีรายได้ต่อเดือน 10,001 – 20,000 บาท ร้อยละ14.64 มีรายได้ต่อเดือน 20,001 – 30,000 บาท ร้อยละ6.84 มีรายได้ต่อเดือน 30,001 – 40,000 บาท ร้อยละ7.24 มีรายได้ต่อเดือนมากกว่า  40,001 บาท ขึ้นไป และร้อยละ7.08 ไม่ระบุรายได้

  • preview

9entertain_11_word

9entertain_11_PDF

Copyright © 2012. All Rights Reserved. nidapoll.nida.ac.th